email Webmasster contact's email   phone to ETDA  0-2123-1234
TH | EN


เผยแพร่ 25.11.2016 (7 เดือนที่ผ่านมา) | แก้ไขล่าสุด 25.06.2017 | อ่าน 8354

จากเจ๊งเดือนละห้าแสน สู่ยอดขายร้อยล้าน


ผ่านโมเดลแหลมเกต และบุฟเฟ่ต์ อะลาคาร์ท เจ้าแรก เจ้าเดียวในโลก

“แหลมเกต ก่อตั้งมากว่า 30 ปี เป็นร้านอาหารทะเล Top 5 ในศรีราชา แต่พอเริ่มมีโรงงานอุตสาหกรรม ทำให้การเป็นร้านริมทะเลแล้วให้ทุกคนมารับประทานกันทุกเสาร์-อาทิตย์ เป็นเรื่องยาก อีกส่วนหนึ่งคือจุดอิ่มตัวของธุรกิจ พ่อแม่ไม่เคยหยุด ร้านเปิดทุกวัน” โค้ก-อพิชาต บวรบัญชารักษ์ เล่าถึงต้นกำเนิดของแหลมเกตที่เลิกกิจการไปในรุ่นพ่อ ก่อนจะเป็น Laemgate Infinite (แหลมเกต อินฟินิต) ที่โด่งดังบนโลกออนไลน์วันนี้

  

อยากมีธุรกิจส่วนตัว ในสิ่งที่ถนัดคือร้านอาหาร...แต่ขาดทุนเดือนละ 5-6 แสน

จุดเปลี่ยนที่กลับมาทำแหลมเกตของคุณโค้กคือ อยากมีธุรกิจส่วนตัว ในสิ่งที่ถนัดคือร้านอาหาร เพราะทำมาแล้วทั้งหมดที่บ้าน เริ่มที่สุขุมวิท 47 แต่ไม่ได้วิเคราะห์เรื่องทำเล การตลาด กลุ่มลูกค้า รู้อย่างเดียวว่าต้องรีบสร้างร้านให้เร็วที่สุด เดือนแรกขายดีมากเพราะลูกค้าเกือบทุกโต๊ะรู้จักกันหมด พอเดือนที่ 2 ยอดขายก็หายวูบ แต่ยังเชื่อมั่นว่าอาหารอร่อย คุณภาพดี โดยยังไม่รู้ว่าการตลาดคืออะไร ทำอยู่เกือบ 2 ปี ขาดทุนประมานเดือนละ 5-6 แสน

ออกตามหาแรงบันดาลใจ...จนพบคำว่า Experience

ต่อมา คุณโค้กจึงทิ้งร้านไว้ก่อน แล้วออกไปหาแรงบันดาลใจ จนพบร้านอาหารแห่งหนึ่งที่กรุงปราก เป็นภัตตาคารไทยตั้งอยู่ริมแม่น้ำที่สวยมาก จากที่ประมาณราคาว่าค่าอาหารต้องแพงแน่ ๆ ปรากฏว่า ค่าอาหารถูกมาก จึงขอเข้าไปพูดคุยกับเชฟและเจ้าของร้านว่าทำไมราคาถูกขนาดนี้

“เราก็วิ่งเข้าไปหาเชฟถึงเจ้าของร้าน เขาก็เลยบอกว่า ยูรู้ไหม สิ่งที่เราทำอยู่คือการสร้าง Experience พอเรารู้ เราจองตั๋วกลับบ้านเลย ผมรู้แค่คำเดียวคือคำว่า Experience"

แบรนด์ยังไม่แข็งพอ...ลูกค้ายังไม่เข้าใจว่า ‘แหลมเกต’ คืออะไร

จากสิ่งที่ร้านนั้นทำอยู่ นั่นคือการสร้าง Experience จึงนำกลับมาวิเคราะห์ปัญหาของร้านตัวเอง คือ แบรนด์ยังไม่แข็งพอ และที่สำคัญลูกค้ายังไม่เข้าใจว่าแหลมเกต คืออะไร 

จากการวิเคราะห์ทั้งหมด คุณโค้กและทีมได้นำมาคิด Identity Brand คือคำว่า Happiness เป็นความสุขที่ลูกค้าจ่ายเงินมาแค่หัวละ 555 บาท เป็นเสียงหัวเราะ 555 ซึ่งอยู่ในช่วงที่เศรษฐกิจไม่ดีพอดี คนต้องประหยัด ต้องทำให้คนรู้สึกสบายใจในการจ่ายเงิน แล้วมาปรึกษากันต่อในทีมว่า ทำเป็นบุฟเฟ่ต์ไม่ได้ รู้สึกว่าเวลาต้องไปเดินตัก ทำให้เหนื่อย อาหารก็เย็นชืด ดังนั้นก็จ่ายราคาเหมาเหมือนบุฟเฟ่ต์ แต่นั่งให้อาหารมาเสิร์ฟเอง แหลมเกต จึงกลายเป็นที่แรกของโลก ที่ตั้งชื่อว่า แหลมเกตซีฟู้ด บุฟเฟ่ต์ อะลาคาร์ท และจ่ายเงินเพียง 555 บาท

ความสำเร็จมาจาก Identity Brand และความแตกต่างจากร้านอื่น ๆ

หลังปั้นแบรนด์ทุกอย่างให้สวยงามแล้วเผยแพร่ไปในโลกออนไลน์ จากวันที่มีแขกแค่โต๊ะ 2 โต๊ะ วันรุ่งขึ้นแขกแน่นทุกที่นั่ง และมีการแชร์เยอะมาก ซึ่งพอแขกแน่นก็โดนต่อว่ามากเช่นกัน เพราะให้ความสำคัญแต่เรื่องการตลาดและประชาสัมพันธ์ แต่ละเลยเรื่องระบบ และที่สำคัญคือฝ่ายตัวอาคาร แม้สามารถนำคนมาหมุนเวียนได้เดือนละประมาน 4-5 พันคน เพื่อที่จะขอลดราคาค่าเช่าให้เหลือครึ่งหนึ่ง แต่ปรากฏว่า กลุ่มเป้าหมายไม่ใช่กลุ่มเป้าหมายของอาคาร จึงต้องไปเปิดในจุดใหม่ คือ พหลโยธิน 11 และต่อมาคือ อารีย์ 4 โดยวางโครงสร้างและวางทุกอย่างเป็นโมเดล รู้แล้วว่าจะทำอย่างไร พอเปิดก็เต็มทุกที่นั่ง

ความสำเร็จมาจากการมีโมเดล ทั้ง Identity Brand และความแตกต่างจากร้านอื่น ๆ ด้วยการโยนศิลปะเข้าไปในธุรกิจ วันหนึ่งเปิด 4 รอบ รอบละ 90 นาทีเหมือนโรงละคร ต้องโทร.ไปจองล่วงหน้ากับคอลเซ็นเตอร์ ถ้าไม่จองก็ไม่ได้รับประทาน เพราะถ้าไม่วางคอนเซ็ปต์แบบนี้ก็บริหารไม่ได้ กระทบกับคุณภาพหลายอย่าง ทั้งอาหาร การบริการ และสุขภาพของลูกค้า

แหลมเกต เป็นมากกว่าร้านอาหาร แต่วางนิยามเป็น Happiness Factory

เพราะทั้ง 2 สาขาเดิมเต็มทุกที่นั่ง สาขาอารีย์มีต้นไม้เยอะ บางทีมีฝนตกทำให้ลูกค้าที่รออีกรอบต้องกางร่ม แหลมเกต อินฟินิต ในปัจจุบัน จึงตั้งอยู่ในอาคาร โดยได้พื้นที่ทั้งหมด 666 ตารางเมตร จึงตั้งราคาที่หัวเราะดังขึ้นคือ 666 ซึ่ง Identity Brand อีกตัวหนึ่งที่ชัดเจนที่สุดคือคำว่า Experience ลูกค้าต้องเรียนรู้ Experience คือศิลปะและประสบการณ์ที่กำลังจะใส่เข้าไปกับลูกค้า สร้างบรรยากาศร้านเป็นโรงละคร โดยคัดสรรทุกอย่างให้ดูเป็นพิเศษทุกอย่าง เป็น Experience ที่ทุกคนได้ตื่นเต้นกับร้าน

“แหลมเกต ทุกวันนี้จึงเป็นมากกว่าร้านอาหาร แต่วางนิยามเป็น Happiness Factory หรือโรงงานผลิตความสุข และเป็นความสุขที่ซื้อง่าย ๆ แค่ 666 บาท ในเวลา 90 นาที” คุณโค้ก ย้ำ

ความสำเร็จเกิดจากการปั้นแบรนด์เป็น ได้กลุ่มลูกค้าที่ชัดเจน และดูแล้วว่าผลของต้นทุนหักลบกลบหนี้แล้ว มีกำไรเหลือเท่าไหร่ ทำให้ได้โอกาสจากธนาคาร ธนาคารไหนให้ผลตอบแทนดี ให้ดอกเบี้ยดี ก็ลองดู ทำให้สามารถขยายฝันไปได้ โดยไม่ท้อตั้งแต่แรก และอีกส่วนหนึ่ง การสร้างหนี้ต้องมีเครดิตที่ดี ที่สำคัญต้องซื่อตรง เป็นเทคนิคที่จะหาเงินลงทุนสำหรับธุรกิจของคุณโค้ก

การโลดแล่นบนโลกโซเชียลของแหลมเกต...Content สำคัญมาก!

สำหรับการตลาดออนไลน์ คุณโค้ก บอกว่า มีแค่แฟนแพจ Laemgate โดยไม่ได้ลงทุนทำเว็บไซต์ให้เปลืองเงิน เพราะทุ่มไปกับการตกแต่งร้านทั้งหมด ซึ่งการโลดแล่นในเฟซบุ๊กของแหลมเกต Content นั้นเป็นส่วนสำคัญ โดย research ว่าคนในโลกออนไลน์ชอบอะไรบ้าง ก็ได้คำตอบว่า (1) ชอบเรื่องชาวบ้าน (2) คนออนไลน์ชอบเรื่องผู้ชาย เลยดึงคนในกระแสมาถ่ายแบบ ซึ่งไม่ต้องมีอาหารหรือการโฆษณาแบบฮาร์ดเซล แต่ทำให้คนดูรู้สึกว่า มีความสุขแล้วอยากจะแชร์ไป

ต้องอดทนในสังคมออนไลน์ เพราะไม่ใช่ลงออนไลน์ 1 นาที แล้ววันรุ่งขึ้นจะดังเลย

คุณโค้ก ทิ้งท้ายว่าการทำธุรกิจให้ประสบความสำเร็จที่ใช้ได้กับทุกคนคือ (1) สติ (2) สตางค์ และ (3) ความอดทน ถ้ามีสติก่อนว่าจะทำอะไร คิดก่อนว่า อยากจะเป็นทาสของธุรกิจหรืออยากเป็นผู้ประกอบการ ถ้าอยากเป็นผู้ประกอบการ ต้องวางระบบให้ดี ถ้าอยากทำขนม ทำอย่างไร สั่งที่ไหนทำ หรือทำเอง ต้องมีลูกน้อง มีการบริหารการจัดการอย่าง แพ็กเกจเป็นแบบไหน การตลาดเป็นอย่างไร วางทิศทางของธุรกิจและระบบต่าง ๆ แล้วที่สำคัญคือคำว่าอดทน หมายถึง อดทนรอจังหวะ และอดทนในสังคมออนไลน์ เพราะคนชอบคิดว่าลงออนไลน์ 1 นาทีแล้ววันรุ่งขึ้นจะดังเลย ซึ่งโอกาสเป็นไปได้น้อยมาก ต้องใช้ระยะเวลา

“แหลมเกต ณ วันนี้มียอดฟอลโลว์เป็นแสนไลค์ มีคนติดตาม มีสื่อหลาย ๆ สื่อขอข้อมูลไปลง เพราะว่าเราก็สะสมข้อมูลความอดทนอะไรหลาย ๆ อย่างมา และเรื่องสุดท้าย ต้องเป็นนักธุรกิจที่ดี หากเฟซบุ๊กขอให้จ่ายเงินก็ต้องจ่าย ต้องเอาใจเขาใส่ใจเรา บางคนอาจคิดว่าไม่เป็นไรเพราะเฟซบุ๊กหรือกูเกิลรวยแล้ว แต่เขาก็ต้องมีคนทำงาน ก็ต้องจ่ายเงินเขาบ้าง ดังนั้นก็ต้องคิดว่าการเสียเงินตรงนั้นคือต้นทุนของเรา ถือเป็นการลงทุน”

ชมย้อนหลังการพูดคุยกับคุณโค้ก-อพิชาต บวรบัญชารักษ์ ผู้บริหารกิจการ Laemgate Infinite (แหลมเกต อินฟินิต) จากเวที ETDA Pavilion ในงาน Thailand e-Commerce Week 2016 โดย ETDA และพันธมิตร ที่ https://www.youtube.com/watch?v=CrrrVYYe1TI