email Webmasster contact's email   phone to ETDA  0-2123-1234
TH | EN


เผยแพร่ 18.10.2016 (5 เดือนที่ผ่านมา) | แก้ไขล่าสุด 28.03.2017 | อ่าน 1289

Thailand Online Mega Sale 2016 บทสรุปคึกคัก 9 วัน ทำเงินกว่า 355 ล้านบาท


Thailand Online Mega Sale 2016 บทสรุปคึกคัก 9 วัน ทำเงินกว่า 355 ล้านบาท

เผยหญิงไทยขึ้นแท่นนักชอปออนไลน์ เทรนด์สินค้าสุขภาพความงาม มาแรง! นักชอปกลุ่มใหญ่สุด อายุ 20-29 ปี

สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) (สพธอ.) หรือ ETDA (เอ็ตด้า) กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (DE) พร้อม กรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) กระทรวงพาณิชย์ และ สมาคมผู้ประกอบการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ไทย ประกาศความสำเร็จ มหกรรมลดราคาสินค้าและบริการทางออนไลน์ครั้งยิ่งใหญ่แห่งปี Thailand Online Mega Sale 2016 “Raining Sales Fever : ลดเวอร์! ท้าหน้าฝน ที่ปิดฉากลงอย่างสวยงาม พร้อมการสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนในเศรษฐกิจกว่า 355 ล้านบาทในเวลา 9 วัน เปิดบทสรุปการซื้อ-ขาย ชี้สินค้าสุขภาพและความงามมาแรงครองอันดับ 1 ผู้ครองแชมป์การชอปออนไลน์ยังคงเป็นเพศหญิง และนักชอปกลุ่มใหญ่สุด อายุ 20-29 ปี

ทรงพร  โกมลสุรเดช ปลัดกระทรวง DE เผยว่า จากบทบาทเดิมของกระทรวง ICT ที่ทำหน้าที่กำกับและควบคุมให้นำระบบ ICT มาใช้ในการเสริมศักยภาพของประเทศ วันนี้เราก้าวไปสู่การการกำกับและส่งเสริมให้เกิดโครงสร้างพื้นฐานและนวัตกรรมโดยการนำระบบดิจิทัลมาใช้สร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ รวมไปถึงการเพิ่มบทบาทการเสนอนโยบายและแผนระดับชาติว่าด้วยการพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ซึ่งต้องบูรณาการทุกภาคส่วน ทั้งหน่วยงานรัฐ เอกชน ประชาชน และองค์กรต่างประเทศ เพื่อขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติ ดังนั้น หนึ่งในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลที่เข้มแข็ง การส่งเสริมให้เกิดการไหลเวียนของธุรกรรมออนไลน์นับว่าเป็นตัววัดความสำเร็จได้ในระดับหนึ่ง บทบาทที่ ETDA ได้พยายามผลักดันให้เกิดขึ้นมาในการช่วยกระตุ้นให้เกิดการประกอบอาชีพค้าขายออนไลน์ ส่งเสริมผู้ประกอบการไทยปรับตัวเข้าสู่ยุคเศรษฐกิจดิจิทัลอย่างสมบูรณ์ ซึ่งจะเป็นย่างก้าวสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของชาติต่อไป

งาน Thailand Online Mega Sale 2016 ที่เพิ่งจบไปนั้นเป็นอีกปรากฏการณ์สำคัญของการบูรณาการทุกภาคส่วน ให้สังคมตื่นตัวและมีประสบการณ์ในอีคอมเมิร์ซ จากการจัดงานในครั้งนี้มีผู้เข้าร่วมชมเว็บไซต์งาน ร่วม 5 แสนคน สร้างเม็ดเงินหมุนเวียนกว่า 355 ล้านบาท ถือว่ามีส่วนสำคัญในการสนับสนุนและพัฒนาสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการการทำธุรกรรมออนไลน์และอีคอมเมิร์ซของประเทศให้เติบโตอย่างแข็งแกร่ง ทำให้ผู้ใช้งานเกิดความเชื่อมั่น ยกระดับผู้ประกอบการทั้งรายเก่าและรายใหม่ให้เข้าสู่ธุรกิจออนไลน์มากขึ้น ทั้งนี้ เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจ สร้างประสบการณ์ที่ดีให้แก่ทั้งผู้ขายและผู้ซื้อ เพิ่มความเชื่อมั่นในการซื้อขายทางออนไลน์อย่างมั่นคงปลอดภัย

 

สุรางคณา วายุภาพ ผู้อำนวยการ ETDA เผยว่า ETDA มีนโยบายที่จะผลักดันให้เกิดการขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลอย่างจริงจัง จึงได้ร่วมกับ DBD และสมาคมผู้ประกอบการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ไทย พร้อมด้วยพันธมิตรภาครัฐ และเอกชน ในการจัดงานที่ปิดฉากได้อย่างสวยงาม เพียง 9 วัน แต่ทำให้เกิดเงินหมุนเวียนกว่า 355 ล้านบาท นับเป็นความสำเร็จกว่าปีที่ผ่าน ๆ มา สอดคล้องกับผลการสำรวจของ ETDA ที่พบว่ามูลค่าอีคอมเมิร์ซไทยในปี 2558 มีมูลค่ากว่า 2.24 ล้านล้านบาท และคาดการณ์จะเติบโตอีก 12.42% ในปี 2559 นี้ หรือประมาณ 2.52 ล้านล้านบาท ความสำเร็จครั้งนี้มาจากความร่วมมือของภาคเอกชน ภาครัฐ และที่สำคัญที่สุดคือจากผู้ประกอบการที่เล็งเห็นความสำคัญของนโยบายภาครัฐในการมุ่งขับเคลื่อนประเทศด้วยนโยบายเศรษฐกิจดิจิทัล และร่วมผนึกกำลังสร้างความเชื่อมั่นให้นักชอป รวมถึงการนำสินค้าที่มีคุณภาพมาลดราคา สร้างความคึกคักให้ตลาดอีคอมเมิร์ซ ETDA มั่นใจว่า จากความร่วมมือของหลายฝ่ายที่ได้กล่าวมา ในปีหน้าพวกเราจะช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยในส่วนของอีคอมเมิร์ซให้คึกคักไม่ยิ่งหย่อนไปกว่านี้แน่นอน

 

ดร.รัฐศาสตร์ กรสูต ผู้อำนวยการอาวุโส สำนักส่งเสริมธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ ETDA เผยว่า งานนี้ ได้รับการตอบรับที่ดีเกินความคาดหมาย ทั้งจากพันธมิตร ผู้ประกอบการร้านค้าออนไลน์ และผู้บริโภค โดยในปีนี้นักชอปตัวยงยังคงเป็นเพศหญิง มีสัดส่วนการชอปปิงถึง 61% ผู้ชาย 38% สำหรับช่วงอายุนักชอปที่มาแรงอันดับ 1 คืออายุ 20-29 ปี ถึง 44% รองลงมาคือช่วงอายุ 30-39 ปี 30% แม้แต่วัยช่วง 40-49 ปี ก็มีสัดส่วนถึง 14% สำหรับสินค้าที่นิยมซื้อมากที่สุดคือ สินค้าสุขภาพและความงาม มีสัดส่วน 41% ขณะที่สมาร์ตโฟน แท็บเล็ต (ปีที่แล้วติดอันดับ 1) และสินค้าแฟชั่น มีคนชอป 29% เท่ากัน ตามมาด้วย กล้องและอุปกรณ์ถ่ายภาพ 20% หากพิจารณาในด้านมูลค่าการจับจ่ายเฉลี่ยสูงสุด จะเป็นกลุ่มสินค้าโทรศัพท์มือถือและแท็บเล็ต โดยมีมูลค่าฉลี่ย 7,176 บาท/คน รองลงมาคือ กล้องและอุปกรณ์ถ่ายภาพ มูลค่าเฉลี่ย 7,156 บาท/คน เหตุผลหลักในการตัดสินใจซื้อสินค้า 2 อันดับแรก คือ ราคาและโปรโมชันที่ดึงดูด และสินค้าที่ตอบสนองความต้องการ ส่วนความเชื่อมั่นในระบบความมั่นคงปลอดภัยในการชำระสินค้า เป็นปัจจัยสำคัญอันดับ 3 ซึ่งในปีนี้ช่องทางการชำระเงิน 3 อันดับแรกพบว่ามีการซื้อสินค้าผ่านบัตรเครดิตมากที่สุด 37% การโอนเงินผ่านธนาคาร 29% การโอนเงินออนไลน์ 18% และในมุมของการตลาดออนไลน์ เฟซบุ๊ก ยังคงเป็นสื่อที่เข้าถึงผู้บริโภคไทยมากที่สุด โดยพบว่า 78% รับรู้ข่าวสารของงานผ่านเฟซบุ๊ก

งาน Thailand Online Mega Sale 2016 นับการเป็นการรวมตัวกันของหลายฝ่ายที่มีวิสัยทัศน์และจุดร่วมเดียวกันคือการขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลของไทยให้เติบโต โดยเฉพาะอย่างยิ่งกระตุ้นตลาดอีคอมเมิร์ซในประเทศให้คึกคักตามนโยบายหลักของชาติ แม้ว่าเม็ดเงิน 355 ล้าน สำหรับงานนี้ จะไม่ใช่ตัวเลขที่สูงมากนัก แต่ถือว่าเป็นตัวเลขเป้าหมายที่เป็นแรงบันดาลใจให้ทุกฝ่ายทั้งรัฐและเอกชน รวมถึงผู้ประกอบการทั้งรายเก่าและรายใหม่ในครั้งต่อ ๆ ไป