email Webmasster contact's email   phone to ETDA  0-2123-1234
TH | EN


เผยแพร่ 15.12.2016 (3 เดือนที่ผ่านมา) | แก้ไขล่าสุด 27.03.2017 | อ่าน 3052

เพียงแค่แอบทำวันละ 1 ชั่วโมง สู่แบรนด์ผ้าพันคอเงินล้าน


เปิดใจสาวสวยและเก่งแห่งยุคดิจิทัล 4.0 เจ้าของธุรกิจแฟชั่นผ้าพันคอยอดฮิตของสาว ๆ แห่งแบรนด์ Zoe Scarf

“เมื่อ 4 ปีที่แล้ว ธุรกิจออนไลน์มาแรง คนเริ่มใช้เฟซบุ๊กค้าขาย ก็เห็นโอกาสจากการเป็นนักชอปอยู่แล้ว คิดว่าต้องขายอะไรบนโลกออนไลน์ เปิดดูเสื้อผ้าก็เห็นผ้าพันคอเยอะมาก แต่ลวดลายยังไม่ถูกใจเสียทีเดียว จึงอยากเอาศิลปะที่ชอบมาถ่ายทอดลงบนผ้าผืนสวย ๆ” ภญ.โสภา พิมพ์สิริพานิชย์ หรือ โซอี้ เล่าถึงแรงบันดาลใจ

 

ประสบการณ์นักชอปออนไลน์ ทำให้รู้ว่าการใช้โซเชียลเน็ตเวิร์กเริ่มต้นธุรกิจนั้นง่าย เพราะลงทุนน้อยจนแทบไม่ต้องลงทุนเลย เมื่อได้สินค้ามาก็ต้องสร้าง awareness ให้มากที่สุด โซอี้เริ่มจากอาศัยให้เพื่อนช่วยอุดหนุนก่อน แล้วให้เพื่อนถ่ายรูปรีวิวออกไปให้ จากนั้นก็ค่อย ๆ เป็นวงกว้างออกไป โดยเริ่มต้นทำธุรกิจเพียง 30,000 บาทเท่านั้น และแอบทำวันละ 1 ชม. นอกจากงานประจำของครอบครัวสามี ซึ่งธุรกิจเติบโตอย่างรวดเร็ว เพราะเป็นคนมุ่งมั่น ทำจริง

‘จากส่งห้างสู่ส่งออก’

ด้วยการศึกษาเฟซบุ๊กอย่างจริงจัง ทั้งโฆษณาและฟีเจอร์ที่มีต่าง ๆ แล้วขยายการทำตลาดไปสู่อินสตาแกรมและไลน์ โดยเป็น 1 ใน 2 คนที่ได้รับ Certified LINE@ ของประเทศไทยให้เป็น LINE@EXPERT และผู้หญิงคนแรกที่ผ่านการคัดเลือกให้ได้รับรางวัลนี้

6 เดือนผ่านไปก็ได้เข้าห้าง เพราะทำทุกวันไม่หยุด บนโลกออนไลน์นั้นดังมาก ลูกค้าหลายคนอยากสัมผัสผ้าจริง ก็ต้องมีหน้าร้าน แต่การเช่าร้านเป็นต้นทุนที่อาจรับไม่ได้ เลยติดต่อฝ่ายจัดซื้อของห้าง ติดต่อไปบ่อย จนเขามีเวลาให้นำสินค้าไปพรีเซ็นต์ ได้นำสินค้าไปวาง ได้เข้าแล้วก็กระจายไปสาขาอื่น ๆ อัตโนมัติ พอ 8 เดือนก็ส่งออกไป 8 ประเทศ ด้วยการไปออกงาน Exhibition ระดับนานาชาติ

‘ทุกคนสามารถมีแบรนด์ที่โด่งดังได้โดยไม่ต้องเป็นเจ้าของโรงงาน’

โซอี้ กล่าวว่า ธุรกิจออนไลน์ทำให้ทุกคนสามารถมีแบรนด์ที่โด่งดังได้โดยไม่ต้องเป็นเจ้าของโรงงาน โดยทุกวันนี้ใช้โรงงาน 4 แห่ง ผลิตผ้าพันคอให้ เคยลงเครื่องเอง แต่ได้คิดว่าไม่สามารถทำเองได้ทุกอย่าง สิ่งไหนไม่ถนัด ไม่มีประสบการณ์ ให้มืออาชีพทำดีกว่า เพราะทำแล้วจะพบปัญหาเยอะมาก ทั้งความเชี่ยวชาญของคน เครื่องจักรต้องบำรุงรักษาต่าง ๆ ถ้าเกิดตั้งใจจะขาย ก็อยู่ฝ่ายขายอย่างเดียวเลย ตั้งแบรนด์ ทำการตลาด เคยจะออกแบบลายผ้าเองด้วยเพราะชอบศิลปะ แต่ปรากฎว่า 1 ปีก็ยังไม่ได้ เพราะไม่ใช่มืออาชีพ ต้องให้คนที่มีพรสวรรค์ในด้านนี้ทำเอง เพราะเก่งไม่ได้ทุกเรื่อง

‘โดดเด่นด้วยสีสันและนวัตกรรม’

สิ่งที่ทำให้แบรนด์ของตนแตกต่างคือ ดีไซน์ที่ตัวเองชอบยังไม่มีใครทำ คอนเซ็ปต์คือ Colorfully yours เพราะฉะนั้นทุกแบบต้องมีสีสัน จัดจ้าน โซอี้ กล่าว

“เคยมีอยู่คอลเลคชันหนึ่งที่เป็นพาสเทล เพราะว่าคนไทยชอบสีมุ้งมิ้งฟรุ้งฟริ้ง ปรากฏลูกค้าทักมาว่า สีนี้ดูไม่เป็นของแบรนด์นี้เลย แล้วขายไม่ดีด้วย เพราะฉะนั้นต้องจับให้ดีว่า แก่นของแบรนด์คืออะไร แล้วอย่าเขว แบรนด์ไม่ได้สร้างขึ้นภายในวันเดียว ต้องใช้ระยะเวลาในการสร้าง”

นอกจากสีสัน ยังได้นำนวัตกรรมมาใส่ผ้าพันคอ คือเป็นผ้าที่มีกลิ่นหอม เช่น กลิ่นลาเวนเดอร์ช่วยผ่อนคลาย และยังกันยุงด้วย กลิ่นมะลิขายเทศกาลวันแม่ มีกลิ่นที่ช่วยลดความอยากอาหารได้ เช่น กลิ่นมินต์ โดยศึกษาจากงานวิจัยที่บอกว่ากลิ่นที่มีความหวานเป็นกลางจะทำให้รู้สึกอิ่ม ก็เอาการศึกษานี้มาสนับสนุน

“เทคโนโลยีนี้เป็นแคปซูลเม็ดเล็ก ๆ ที่ฝังอยู่ในใยผ้า เวลาใส่ถ้าเกิดกลิ่นจางลง ก็ขยี้เบา ๆ แคปซูลก็จะค่อย ๆ แตกตัว และกลิ่นก็จะฟุ้งขึ้นมา เวลาซักเวลาต้องอย่าขยี้เพราะจะทำให้แคปซูลแตกตัวหมด ให้ซักมือโดยขยำเอา แล้วก็สะบัด ๆ ตาก กลิ่นก็จะอยู่ได้ประมาณ 1 ปี อยากให้อยู่นานกว่านั้นก็อย่าซัก ผึ่งตากเอาไว้ พวกกลิ่นอาหารที่ติดมากับผ้าก็หายเอง” โซอี้ กล่าว

‘เทคนิคการตลาด fast & easy’

ในการทำการตลาดนั้น ต้องศึกษาทุกอย่างที่มี เช่น รู้ว่าโพสต์เวลาไหนดี ต้องมีแอปโฆษณาอย่างไร เพราะเป็นนักชอปมาก่อนก็เลยรู้ว่าลูกค้าสมัยนี้ใจร้อน สิ่งที่ทำต้อง fast & easy เมื่อ 4 ปีที่แล้ว แทบจะไม่มีใครทำโพสต์ที่มีลิงก์แนบทุกอย่าง ที่ทำไม่ใช่แค่ลงรูปแล้วก็เขียนคำโปรย 2 บรรทัด แต่ต้องบอกรายละเอียดสินค้าทั้งหมด เช่น วัสดุคืออะไร ไซส์อะไร คอลเลคชันอะไร มีกี่สี ถ้าไม่ชอบคอลเลคชันนี้ ก็คลิกลิงก์นี้ ลิงก์นี้จะพาไปดูคอลเลคชันทั้งหมด ถ้าเกิดยังไม่ชอบ ก็ไปดูเว็บไซต์ได้ หรือถ้าชอบแล้วสั่งซื้อโดยกดลิงก์นี้มา เป็นการทำอย่างใส่ใจ เพราะว่าหลาย ๆ ครั้งที่ไปชอปปิงบางเว็บไซต์หรือบางเพจที่สนใจ แต่รายละเอียดสินค้าไม่ครบ แม่ค้าก็ไม่ได้ตอบมาทันที ก็เปลี่ยนไปชอปที่เพจอื่นแล้ว

อีกเทคนิคหนึ่งที่สะดวกและง่ายที่สุด คือ กระแสรีวิว เวลาลูกค้าได้รับสินค้าจะใส่ผ้าพันคอแล้วถ่ายรูปส่งกลับมาให้ ก็เอารูปพวกนั้นมาโพสต์ เพราะ 4 ปีที่แล้ว ความเชื่อมั่นของชอปปิงออนไลน์เรียกว่าน้อยมาก ทุกครั้งที่ส่งไปรษณีย์ต้องโพสต์เลขพัสดุ การมีรูปลูกค้าใส่ผ้าพันคอโชว์อยู่บนหน้าเว็บไซต์จึงเป็นการสร้างความมั่นใจให้ลูกค้าคนอื่น ๆ ที่กำลังตัดสินใจอยู่

‘จะใช้โซเชียลเน็ตเวิร์กทำตลาดอย่างไรดี’

สำหรับ โซอี้ นั้น โซเชียลเน็ตเวิร์กแต่ละตัวโดดเด่นแตกต่างกันเฟซบุ๊กเด่นเรื่องการสร้าง awareness ทำให้คนมารู้จักแล้วติดตามเราได้ สามารถขยายฐานลูกค้าและสร้างแบรนด์ได้ ส่วนอินสตาแกรมเหมือนแคตตาล็อกไว้ดูรูป สร้างแบรนด์อิมเมจ เลือกรูปที่สวย ๆ มาลง เวลาทำแบรนด์อะไรไป search ไอจี เพราะเห็นรูปภาพทั้งหมดรวดเร็วกว่าเวลา search เฟซบุ๊กที่ต้อง scroll ลงมาดู ส่วนไลน์ เอาไว้ปิดการขาย พูดคุยกับลูกค้า เพราะลูกค้าอยากคุยกับแม่ค้า แล้วเขาคิดว่าไลน์เป็นช่องทางที่ใกล้ชิดมากที่สุด”

 

‘Key Success คืออะไร’

โซอี้ ทิ้งท้ายว่า ไม่ว่าจะทำธุรกิจอะไรก็ตาม ให้ทำอย่างต่อเนื่องและไม่หยุด เพราะทุกธุรกิจเจอปัญหาและอุปสรรคทั้งนั้น เช่นผ้าพันคอของเธอ หลายคนมองว่า ทำง่าย เป็นแค่ผ้าผืนสี่เหลี่ยม พรินต์ลายสวย ๆ มาขายก็ได้แล้ว แต่สิ่งที่พบกับตัวคือ ยากกว่าการตัดเย็บเสื้อผ้าเป็นตัวอีก เนื่องจากผ้าที่ใช้เป็นผ้าพรีเมียม มีความลื่น เงา มัน เวลาเข้าเครื่องพิมพ์มีอุปสรรคเยอะมากกว่าที่จะได้ผ้าพันคอผืนตรง ๆ ออกมา ซึ่งผ้าที่ใช้แทบจะไม่มีใครใช้เลย เพราะทำยาก จนต้องเปลี่ยนโรงงานมาเป็นสิบโรง เพื่อให้ผ้าที่ดีที่สุด

“บอกตัวเองว่า good ไม่พอ ต้อง great มีความเชื่ออย่างหนึ่งว่า คนไทยไมได้เก่งน้อยกว่าใคร ต้องทำได้เพราะแบรนด์ระดับโลกเขาทำได้ วันนี้ถ้าเจออุปสรรค บอกเลยว่าสิ่งที่ขวางคุณไม่ใช่กำแพง แต่เป็นความคิดที่ว่า ‘กำแพงขวางคุณ’ ซึ่งความคิดนั้นน่ากลัวมาก คิดว่าเราทำไมได้หรอก เรามีกระถางความคิดนั้นแบบไม่รู้ตัว เพราะฉะนั้น วันนี้ถ้ารู้แล้วจับความคิดตัวเองให้ถูก และถ้าเกิดทำอะไรที่เป็นลบก็ตาม ทุบกระถางความคิดนั้นออกไป แล้วก็ต่อสู้ไป”

ชมย้อนหลังการพูดคุยกับ โซอี้-ภญ.โสภา พิมพ์สิริพานิชย์ สาวสวยและเก่งแห่งยุคดิจิทัล 4.0 แห่งแบรนด์ Zoe Scarf ผ้าพันคอยอดฮิตของสาว ๆ จากเวที ETDA Pavilion ในงาน Thailand e-Commerce Week 2016 โดย ETDA และพันธมิตร ที่ https://www.youtube.com/watch?v=Fj8rJbJuIaY