the coronation of king rama x
email Webmasster contact's email   phone to ETDA  0-2123-1234
TH | EN


เผยแพร่ 21.03.2019 (5 เดือนที่ผ่านมา) | แก้ไขล่าสุด 25.08.2019 | อ่าน 944

3 GEN กับ พฤติกรรม เสี่ยง ถูกขโมยข้อมูลบนโลกออนไลน์


‘อินเทอร์เน็ต’ เทคโนโลยีที่ก่อให้เกิดประโยชน์มากมาย แต่หากผู้ใช้งานขาดความระมัดระวังในการใช้งานก็สามารถก่อให้เกิดความเสียหายหรือความไม่ปลอดภัยได้เช่นกัน แล้วอะไรคือ พฤติกรรมสุ่มเสี่ยงต่อการถูกละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล?

 

รายงานผลการสำรวจพฤติกรรมผู้ใช้อินเทอร์เน็ตในประเทศไทย ปี 2561 (Thailand Internet User Profile 2018) ของ ETDA พบว่า คนไทยกว่า 2 ใน 3 ของประเทศ สามารถเข้าถึงอินเทอร์เน็ตได้ และใช้อินเทอร์เน็ตเฉลี่ยต่อวันสูงถึง 10.05 ชั่วโมง นอกจากปริมาณการใช้งานที่เพิ่มสูงขึ้นแล้ว ปัญหาการถูกละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลก็มีสัดส่วนเพิ่มสูงขึ้นเช่นกัน เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตยังคงไม่ให้ความสำคัญและตระหนักในการดูแลข้อมูลส่วนบุคคลเท่าที่ควร

 

 

GEN Z กับ 3 พฤติกรรม ไม่เปลี่ยน ไม่ปิด ไม่รู้จัก

          GEN Z หรือ Generation Z คือ ผู้ที่เกิดตั้งแต่ปี พ.ศ. 2544 เป็นต้นไป และเป็นเจเนอเรชันที่เกิดมาแวดล้อมด้วยเทคโนโลยีแล้ว คนกลุ่มนี้ใช้งานอินเทอร์เน็ตเฉลี่ยอยู่ที่ 10.22 ชั่วโมง/วัน ในวันทำงานหรือเรียนหนังสือ และ 11.50 ชั่วโมง/วัน ในวันหยุด ซึ่งกิจกรรมยอดฮิตของคนกลุ่มนี้ ได้แก่ การเล่นโซเชียลมีเดีย เช่น Facebook, Twitter, Instagram เป็นต้น

        พฤติกรรมสุ่มเสี่ยงต่อการถูกละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลสูงสุด 3 อันดับแรกของคน GEN Z เมื่อเทียบกับ Gen อื่น ๆ ได้แก่

  1. การระบุวันเดือนปีเกิดที่แท้จริงผ่านสื่อสังคมออนไลน์ เช่น Facebook โดยตั้งค่าเป็นสาธารณะ (56%) ซึ่งเป็นพฤติกรรมเสี่ยงที่อาจถูกผู้ไม่หวังดีนำข้อมูลส่วนนี้ไปใช้เพื่อหาผลประโยชน์ หรือเข้าถึงข้อมูลอื่น ๆ ของเจ้าของข้อมูลได้
  2. การไม่เปลี่ยน Password ในคอมพิวเตอร์หรือโทรศัพท์เคลื่อนที่ทุก ๆ 3 เดือน (53.7%) ซึ่งเป็นพฤติกรรมเสี่ยงในการเปิดช่องโหว่ให้ผู้ไม่หวังดีเข้าถึงอุปกรณ์และข้อมูลส่วนบุคคลได้
  3. การเปิดอีเมลของคนไม่รู้จักหรือคลิกลิงก์ที่ไม่รู้จัก (51.5%) ซึ่งถือเป็นพฤติกรรมเสี่ยงที่อาจเปิดช่องให้ผู้ไม่หวังดีทำการแฮกหรือโจมตีระบบ ทำให้สามารถเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลและขโมยตัวตนทางออนไลน์ของเจ้าของข้อมูลได้

 

 

GEN Y กับ 3 ความเสี่ยงที่เกิดจากการ แชร์

          GEN Y หรือ Generation Y คือ ผู้ที่เกิดตั้งแต่ปี พ.ศ. 2524 - 2543 เป็นเจเนอเรชันที่เกิดมาพร้อมกับคอมพิวเตอร์ อินเทอร์เน็ตและเทคโนโลยีสารสนเทศ โดยคน GEN Y ถือเป็นกลุ่มที่ใช้งานอินเทอร์เน็ตเฉลี่ยต่อวันสูงที่สุดในทุกกลุ่มอยู่ที่ 10.22 ชั่วโมง/วัน ในวันทำงานหรือเรียนหนังสือ และ 11.52 ชั่วโมง/วัน ในวันหยุด กิจกรรมยอดนิยมของคนกลุ่มนี้ ได้แก่ การเล่นโซเชียลมีเดีย เช่น Facebook, Twitter, Instagram เป็นต้น

          พฤติกรรมสุ่มเสี่ยงต่อการถูกละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลสูงสุด 3 อันดับแรกของคน GEN Y เมื่อเทียบกับ Gen อื่น ๆ ได้แก่

  1. เมื่อผู้ใช้งานถ่ายรูปหรือวิดีโอเสร็จแล้ว มักจะอัปโหลดรูปถ่ายหรือวิดีโอนั้นทันที ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ เช่น Facebook โดยตั้งค่าเป็นสาธารณะ (37.9%) เป็นพฤติกรรมเสี่ยงถูกผู้ไม่หวังดีทราบความเคลื่อนไหวของเจ้าของข้อมูลรวมทั้งทราบแบบ Realtime ที่อาจนำมาซึ่งอันตรายแก่เจ้าของข้อมูล
  2. การบอกรหัสผ่านในการเข้าใช้งานอุปกรณ์คอมพิวเตอร์หรือโทรศัพท์เคลื่อนที่ของตนเอง แก่เพื่อนสนิทหรือคนรู้ใจ (35.8%) ซึ่งเสี่ยงต่อการถูกเข้าถึงอุปกรณ์และข้อมูลโดยผู้อื่น รวมทั้งเสี่ยงต่อการถูกขโมยตัวตนและข้อมูลทางธุรกรรมเช่นกัน
  3. การแชร์ตำแหน่งที่ใช้งานอยู่แบบ Realtime ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ เช่น Facebook โดยตั้งค่าเป็นสาธารณะ (33.8%) เป็นพฤติกรรมเสี่ยงถูกผู้ไม่หวังดีทราบความเคลื่อนไหวที่อาจนำมาซึ่งอันตรายแก่เจ้าของข้อมูล

 

 

Baby Boomer เปิดช่องโหว่เพราะ ไม่ลบ ไม่ตั้ง ไม่ทันสังเกต

          Baby Boomer คือ กลุ่ม Aging ที่เกิดตั้งแต่ปี พ.ศ. 2489 - 2507 โดยเป็นเจเนอเรชันที่เกิดในยุคที่การพัฒนาเทคโนโลยียังไม่ทันสมัยมากเท่าไรนัก และกลุ่มนี้ถือว่ามีปริมาณการใช้งานอินเทอร์เน็ตเฉลี่ยต่อวันไม่ต่างกันนักในช่วงวันทำงานและวันหยุด โดยใช้งานเฉลี่ยอยู่ที่ 8.2 ชั่วโมง/วัน กิจกรรมยอดนิยมของคนกลุ่มนี้ก็ยังคงเหมือนกลุ่มอื่น ๆ ได้แก่ การเล่นโซเชียลมีเดีย

Baby Boomer ถือเป็นผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตที่

น่าเป็นห่วงเรื่องความปลอดภัยของข้อมูลมากที่สุด

          โดยพฤติกรรมสุ่มเสี่ยงต่อการถูกละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลสูงสุด 3 อันดับแรกของคนกลุ่มนี้เมื่อเทียบกับ Gen อื่น ๆ ได้แก่

  1. การเข้าเว็บไซต์ธนาคารเพื่อทำธุรกรรม แต่ไม่ได้สังเกตว่ามี http:// หรือไม่ (55.9%) ถือเป็นพฤติกรรมที่มีความเสี่ยงสูงที่จะทำให้ผู้ใช้งานเข้าสู่เว็บไซต์ที่ไม่ปลอดภัยหรือเว็บไซต์ธนาคารปลอมที่มีหน้าตาเหมือนเช่นเว็บจริง และถูกผู้ไม่หวังดีโจกรรมข้อมูลและเงินจากบัญชี
  2. เมื่อใช้งานอุปกรณ์คอมพิวเตอร์หรือโทรศัพท์เคลื่อนที่ของผู้อื่น รวมทั้งการเปิดใช้งาน WiFi สาธารณะ เสร็จแล้ว ไม่ลบรหัวผ่านหรือประวัติการใช้งาน (47%) ซึ่งเสี่ยงถูกผู้อื่นเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลและขโมยตัวตนบนโลกออนไลน์
  3. ไม่ตั้งค่าล็อกหน้าจออุปกรณ์คอมพิวเตอร์หรือโทรศัพท์เคลื่อนที่ เพื่อให้หน้าจอล็อกอัตโนมัติหลังจากใช้งานแล้ว (29.7%) เสี่ยงถูกผู้อื่นเข้าถึงอุปกรณ์และข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูล

 


ดาวน์โหลด รายงานผลการสำรวจพฤติกรรมผู้ใช้อินเทอร์เน็ตในประเทศไทย ปี 2561 (Thailand Internet User Profile 2018) ได้ที่ : https://www.etda.or.th/publishing-detail/thailand-internet-user-profile-2018.html