email Webmasster contact's email   phone to ETDA  0-2123-1234
TH | EN


เผยแพร่ 19.11.2018 (2 เดือนที่ผ่านมา) | แก้ไขล่าสุด 22.01.2019 | อ่าน 591

New Retail ของ Alibaba มันคืออะไร และใหม่จริงมั้ย


"New Retail" เป็นคำที่ Jack Ma ผู้ก่อตั้งและประธานบริหาร Alibaba ได้ประกาศในปี 2560 ในจดหมายถึงผู้ถือหุ้นว่าเป็น 1 ในยุทธศาสตร์  "Five New" 

Five New ประกอบด้วย New Retail (ค้าปลีกใหม่) New Finance (การเงินใหม่) New Manufacturing (การผลิตใหม่) New Technology (เทคโนโลยีใหม่) และ New Energy (พลังงานใหม่)

แล้วอะไรคือ “New Retail” แล้วมันคือสิ่งใหม่ที่แท้จริงหรือไม่

Ma อธิบายในจดหมายว่า "อีคอมเมิร์ซกำลังวิวัฒนาการสู่ New Retail เส้นแบ่งของการค้าออฟไลน์และออนไลน์หายไป เราจึงโฟกัสไปที่ความพึงพอใจของลูกค้าแต่ละคน"​

ในเทศกาลชอปออนไลน์โลก 11.11 ของ Alibaba ภาพนี้ดูจะชัดขึ้น โดย Hou Yi ซึ่งเป็น CEO ของ Freshippo หรือ Hema (เหอหม่า) ซูเปอร์มาร์เก็ตของ Alibaba ซึ่งคาดว่าจะครบ 100 สาขาในปลายปี 2561 นี้ (เปิดตัวสาขาแรกในปี 2560) ขยายความว่า ซูเปอร์มาร์เก็ตนี้คือศูนย์กลางของประสบการณ์ การบริโภค และโลจิสติกส์ เป็นการหลอมรวมที่ไร้รอยต่อของออฟไลน์และออนไลน์

Michael Evans ประธานของ Alibaba บอกว่า ถ้าจะช่วยให้เห็นภาพมากขึ้น คือร้านแบบเดิม ไม่สามารถจดจำสินค้า ไม่เชื่อมระหว่างออนไลน์และออฟไลน์ และไม่สามารถรับในเรื่องการคืนได้ 

เมื่อออนไลน์และออนไลน์ผสานกันอย่างสมบูรณ์ ในมุมของลูกค้าก็ชอปง่ายขึ้น ในมุมของร้านก็ปรับให้เข้ากับความต้องการของลูกค้าแต่ละคนได้ ส่วนผู้ให้บริการ เมื่อทุกสิ่งทุกอย่างเชื่อมต่อกันและเห็นข้อมูลทั้งหมด ประสิทธิผลและประสิทธิภาพย่อมเพิ่มสูงขึ้น

 

ยกตัวอย่างการชอปใน Freshippo ในฐานะลูกค้า เราสามารถใช้แอป Freshippo หรือ Taobao บนมือถือ (แน่นอนว่าเข้ากันได้กับแพลตฟอร์มเพย์เมนต์ Alipay) เพื่อให้ได้ทุกสิ่งที่ต้องการ อยากจะชอปในร้าน หรืออยากจะคลิกสั่งไว้แล้วไปรับ (click and collect) หรือสามารถสั่งให้มาส่งเดลิเวอรีที่บ้านได้ ภายใน 30 นาที หรือในรัศมี 3 กฺิโลเมตรระหว่างบ้านกับซูเปอร์มาร์เก็ต เช่น ถ้าเราทำอาหารอยู่แล้วเพิ่งรู้ว่า อ้าว! กระเทียมหมด เราก็แค่สั่งกระเทียมผ่านแอป บริการขนส่งของ Freshippo ก็จะส่งมาทันเวลาทำอาหารของเรา ด้วยบริการแบบนี้ แน่นอนว่า Freshippo จะเป็นอีกชอยส์ประกอบการเลือกหาที่อยู่ของคนยุคใหม่

 

นอกจากนั้นยังสามารถสั่งอาหารทะเลสด ๆ แบบไหนก็ได้ จะให้จัดส่งเดลิเวอรี แบบยังไม่ปรุง หรือปรุงแล้ว หรือจะให้เตรียมไว้ให้รับประทานในซูเปอร์มาร์เก็ตนี้ ซึ่งมีส่วนของร้านอาหารหรือภัตตาคารก็ได้ โดยที่เซี่ยงไฮ้ ในส่วนของภัตตาคาร ยังบริการเสิร์ฟด้วยหุ่นยนต์ มีชื่อว่าภัตตาคาร Robot.He

​ในส่วนของตัวซูเปอร์มาร์เก็ตจริง ทุกอย่างขับเคลื่อนด้วยแอป เมื่อเราสแกนโค้ดบนแท็กของของสินค้า มันจะบอกทุกสิ่งที่เราต้องรู้เกี่ยวกับสินค้านั้น ตั้งแต่ต้นกำเนิด และเส้นทางจากฟาร์มสู่ชั้นสินค้า นอกจากนั้น เรายังสามารถเข้าถึงรายละเอียดของสินค้า การให้คะแนน และบทวิจารณ์ที่มีต่อสินค้านั้น เช่นเดียวกับทางออนไลน์ เพราะ Freshippo สามารถวิเคราะห์ข้อมูลแบบเรียลไทม์ ผู้ค้าสามารถมั่นใจได้ว่า ของที่อยู่บนชั้นสินค้านั้นพอสำหรับการขายในแต่ละวัน ด้วยคอนเส็ปต์ที่จะกระตุ้นให้เกิดการชอปประจำวัน ส่วนของสดที่แพ็กก็จะโชว์วันในสัปดาห์ไว้ด้วย

 

ในจุดเช็กเอาต์สินค้าก็สามารถใช้แอปเพื่อจบการจ่าย หรือทำให้การจ่ายสมบูรณ์ผ่านทางไบโอเมตริกจดจำใบหน้า (facial recognition) ได้ ประวัติการซื้อของเราทั้งหมดก็จะอยู่ที่ Alibaba และ Alibaba ก็จะรู้พฤติกรรมการชอปของเรา

 

ซูเปอร์มาร์เก็ตยังเป็นศูนย์กระจายสินค้า โดยร้านมีคนหยิบสินค้าใส่ถุงให้เมื่อมีการสั่งทางออนไลน์ และคนจัดของจะแขวนถุงไว้บนสายพานที่จะวิ่งเหนือร้าน เพื่อส่งออกไปยังฝ่ายโลจิสติกส์ และส่งไปถึงบ้านของผู้สั่งสินค้าต่อไป ทาง Starbucks เอง ก็กำลังลองตลาดกับ “Star Kitchens” ใน Freshippo สองแห่ง รองรับลูกค้าที่ไม่ได้ทำกาแฟกินเอง และอยากสั่งกาแฟออนไลน์ โดยสามารถสั่งได้ทางบริการ Ele.Me ของ Alibaba

 

ในร้าน Robot.He ก็สามารถใช้แอปสั่งและจ่ายได้เช่นเดียวกัน

​เหล่านี้คือ "New Retail" ที่ทาง Alibaba ได้ทำ และเรื่องนี้ไม่ได้หยุดที่ซูเปอร์มาร์เก็ต แพลตฟอร์มค้าปลีกของ Alibaba ก็กำลังนำระบบดิจิทัลไปใช้กับร้านค้าอีกหลายแสนแห่งทั่วประเทศจีน ด้วยโปรแกรม Ling Shou Tong (หมายถึง การบูรณาการระบบค้าปลีก) ร้านของชำสะดวกซื้อกำลังได้รับการอัปเกรดด้วยดิจิทัล และร้านเหล่านี้ได้รับการปรับโฉมเพื่อรองรับงาน 11.11

 

มาถึงอีกคำถามว่า แล้ว New Retail แบบนี้คือของใหม่ที่แท้จริงไหม หลังจากที่ดีพาร์ตเมนต์สโตร์อย่าง "John Lewis" ของอังกฤษเป็นแนวหน้าในเรื่องออมนิแชนแนลมาหลายปี และแฟลกชิปของ NIKE ที่เพิ่งปิดไปที่นิวยอร์กชื่อ "House of Innovation 000" ที่นำเสนอประสบการณ์แบบดิจิทัลผสมผสานกับของจริง โดยลิงก์กับแอป NIKE

“New Retail” ที่ว่านี้จึงไม่ใช่ของใหม่ 100% แต่สิ่งที่แตกต่างก็คือขนาดและความเร็วในการทำให้เป็นจริง ด้วยรูปแบบที่หลากหลายในการประยุกต์ใช้

ที่มา: forbes.com , thejakartapost.com