email Webmasster contact's email   phone to ETDA  0-2123-1234
TH | EN


เผยแพร่ 16.11.2016 (10 เดือนที่ผ่านมา) | แก้ไขล่าสุด 21.09.2017 | อ่าน 1298

ETDA ประสานมือ ASTRI จากฮ่องกง ร่วมวิจัยและพัฒนา FinTech


ครอบคลุมทั้งด้าน Cybersecurity ไปถึงเทคโนโลยี Blockchain เพื่อใช้ยืนยันตัวตนในการทำธุรกรรมการเงินออนไลน์ โดยไม่ต้องผ่านหน่วยงานกลาง

สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) (สพธอ.) หรือ ETDA (เอ็ตด้า) กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ร่วมกับ สถาบันพัฒนาเทคโนโลยีและวิทยาศาสตร์ประยุกต์ฮ่องกง (Hong Kong Applied Science and Technology Research Institute) หรือ ASTRI (แอสทรี) ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MoU) ด้านการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีทางการเงิน หรือฟินเทค (FinTech) เพื่อสนับสนุนการใช้งานระบบโครงสร้างธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ร่วมกัน

  

สุรางคณา วายุภาพ ผู้อำนวยการ ETDA กล่าวว่า การลงนามร่วมกับ ASTRI ครั้งนี้ ถือเป็นความก้าวหน้าที่สำคัญสำหรับ ETDA ในการทำงานร่วมกับหน่วยงานต่างประเทศในโครงการวิจัยและพัฒนาด้านฟินเทค เพื่อต่อยอดโครงสร้างพื้นฐานรองรับการทำธุรกรรมทางการเงินของทั้งสองประเทศร่วมกัน

“ที่ผ่านมา รัฐบาลได้เปิดตัวระบบการชำระเงินของประเทศที่เรียกว่า ‘พร้อมเพย์’ (PromptPay) โดยมีเป้าหมายในการโปรโมตการใช้งานระบบชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ให้เป็นไปในวงกว้างมากขึ้น มุ่งเน้นไปที่การใช้งานง่ายและสะดวก ดังนั้น ฟินเทคจึงเป็นหนึ่งในทิศทางที่เราวางแผนที่จะมุ่งไปสู่การทำงานร่วมกันกับ ASTRI ในโครงการวิจัยและพัฒนาที่มีจุดมุ่งหมายในการสร้างความสะดวกและความมั่นคงปลอดภัย ทั้งต่อภาคธุรกิจและประชาชนทั่วไปให้เพิ่มมากยิ่งขึ้น” สุรางคณา กล่าว

ภายใต้การลงนามความร่วมมือดังกล่าว ผู้เชี่ยวชาญจาก ETDA และ ASRTI จะทำงานร่วมกันในโครงการวิจัยและพัฒนาเพื่อสนับสนุนโครงการที่เกี่ยวกับฟินเทค ครอบคลุมทั้งด้านการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ ไปจนถึงเทคโนโลยีบล็อกเชน (blockchain technology) ซึ่งเป็นเทคโนโลยีด้านความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูล เพื่อใช้ยืนยันตัวตนในการทำธุรกรรมการเงินออนไลน์ โดยไม่ต้องผ่านหน่วยงานกลาง และการพัฒนาอื่น ๆ ด้วย

นอกเหนือจากการวิจัยและพัฒนา ความร่วมมือในครั้งนี้ยังรวมถึงการฝึกอบรมและบ่มเพาะผู้เชี่ยวชาญเพื่อสร้างมืออาชีพในด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ ซึ่งถือว่าสำคัญอย่างมาก โดย ETDA และ ASTRI จะมองหาความเป็นไปได้ในทุกทางที่จะแลกเปลี่ยนความรู้และข้อมูลสำคัญในด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ผ่านระบบที่เรียกว่า SecShare ที่ทาง ASTRI ได้พัฒนาขึ้น และได้นำไปใช้งานอย่างกว้างขวางทั้งภาคธนาคารและสถาบันทางการเงินในฮ่องกง เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลสำคัญ ซึ่งนำไปใช้ป้องกันการโจมตีจากภัยคุกคามไซเบอร์ที่มาในรูปแบบต่าง ๆ กัน

   

Dr.Frank Tong, Chief Executive Officer of ASTRI กล่าวว่า “ในขณะที่ฮ่องกงอยู่ระหว่างการเพิ่มศักยภาพของโครงสร้างพื้นฐานด้านการเงินเพื่อรองรับการเป็นศูนย์กลางด้านการเงินระหว่างประเทศ ประเทศไทยเองก็มีการเติบโตด้านอีคอมเมิร์ซอย่างมากในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ดังนั้นจึงเป็นที่น่ายินดีว่า ความร่วมมือกับ ETDA ในครั้งนี้เป็นการเปิดโอกาสให้ผู้เชี่ยวชาญด้านเทคนิคจาก ASTRI และ ETDA ได้แลกเปลี่ยนความรู้ความเชี่ยวชาญระหว่างกันในส่วนต่าง ๆ อาทิ อีเพย์เมนต์ และอื่น ๆ เชื่อมั่นว่าความร่วมมือจากหน่วยงานทั้งสองจะเอื้อประโยชน์ให้กับการพัฒนาทั้งในประเทศไทยและฮ่องกงอย่างแน่นอน”

ทั้งนี้ ASTRI คือสถาบันการวิจัยที่ได้รับการก่อตั้งจากรัฐบาลของเขตการปกครองพิเศษฮ่องกงในปี 2543 ด้วยเป้าหมายในการสร้างเสริมความแข็งแกร่ง พร้อมเพิ่มศักยภาพทางการแข่งขันให้แก่อุตสาหกรรมด้านเทคโนโลยีของฮ่องกงด้วยการวิจัยแบบประยุกต์ ความสามารถที่เป็นแกนหลักของ ASTRI ในด้านการวิจัยและพัฒนาครอบคลุมในหลายด้าน ได้แก่ เทคโนโลยีด้านการสื่อสาร ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ การออกแบบวงจรรวม (IC) ทั้งแบบแอนะล็อกและดิจิทัล ออปโตอิเล็กทรอนิกส์ ซิเคียวริตีและวิทยาศาสตร์ข้อมูล (Data Science) ระบบและซอฟต์แวร์อัจฉริยะ นอกจากนี้ ASTRI ยังดำเนินการวิจัยและพัฒนาแอปพลิเคชันใน 5 ส่วนหลัก ซึ่งรวมถึงเทคโนโลยีด้านการเงิน การผลิตแบบอัจฉริยะ ระบบเครือข่ายยุคหน้า ไปจนถึงสมาร์ตซิตี เป็นต้น