email Webmasster contact's email   phone to ETDA  0-2123-1234
TH | EN


เผยแพร่ 08.11.2018 (5 เดือนที่ผ่านมา) | แก้ไขล่าสุด 18.04.2019 | อ่าน 1624

เรื่องที่คนทำ e-Commerce มักพลาดบนมือถือ


ยิ่งคนหันมาซื้อของบนมือถือมากเท่าไร การจัดการเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซบนมือถือยิ่งสำคัญมากเท่านั้น แล้วข้อผิดพลาดอะไรล่ะ ที่ผู้ประกอบการต้องหลีกเลี่ยง

อะไรคือข้อผิดพลาดที่เรามักเห็นในเว็บไซต์บนมือถือ ซึ่งหากคุณเป็นผู้ประกอบการก็ควรใส่ใจ หากต้องการยืนหยัดบนเวทีแข่งขันแห่งนี้

1. เพิกเฉยกับ “กฎ 1 นิ้ว”  

หากปุ่มสั่งซื้อสินค้าหรือเช็กเอาต์ของคุณมีขนาดเล็กจนต้องใช้สองนิ้วมาขยายหน้าจอ คุณก็จำเป็นต้องแก้ไขปัญหานี้โดยด่วน เพราะลูกค้าของคุณต้องสามารถใช้เพียงฝ่ามือรองรับการสไลด์จอไปมา และนิ้วเพียงนิ้วเดียวในการกดสั่งซื้อ 

2. ไม่เพิ่มประสิทธิภาพ "UX สำหรับมือถือ"  

ไม่ใช่เรื่องแปลกที่จะเห็นเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซบนเดสก์ท็อปที่มีการออกแบบ User eXperience (UX) หรือสร้างประสบการณ์ให้แก่ผู้ใช้ที่ดูเรียบร้อยและใช้งานง่าย แต่มันกลายเป็นขั้วตรงข้ามไปเลยเมื่ออยู่บนมือถือ เพราะคุณไม่ได้คำนึงถึงการแสดงผลที่ให้ประสบการณ์ที่ดีแก่ผู้ใช้มือถือ รวมทั้งในเรื่องความเร็ว เพราะฉะนั้น เอาให้ชัวร์ว่า การแสดงผลเว็บไซต์ระหว่างเบราว์เซอร์หลัก ๆ ขนาดจอ และอื่น ๆ จะมีประสิทธิภาพเมื่อไปอยู่บนมือถือด้วย โดยจัดลำดับความสำคัญในการนำเสนอว่า อะไรที่สร้างทราฟิกให้เว็บไซต์ของคุณมากที่สุด

3. ทำให้เว็บไซต์บนมือถือ "ยุ่งและรก"  

เพราะหน้าจอขนาดเล็กอยู่แล้ว จึงสำคัญมาก ๆ ที่จะต้องทำให้อินเทอร์เฟซนั้นดูเรียบ ๆ และไม่ซับซ้อน แต่บริษัทมักจะติดกับการยัดทะนานกราฟิกที่ทำให้ดูซับซ้อนและอ่านยาก ดังนั้นอย่าลืมกฎ "เรียบง่ายและกระชับ"

4. ไม่ใช้ตัวช่วยเรื่อง “เสียง”

การใช้ voice assistant เป็นอีกคุณลักษณะที่จำเป็นที่สุด เพราะผู้ใช้ส่วนใหญ่จะใช้เวลาในการค้นหาของที่ใช่ ผู้ช่วยเสียงจะช่วยยกระดับประสบการณ์ของผู้ใช้ เนื่องจากไม่จำเป็นต้องใช้แป้นพิมพ์ การมีตัวช่วยนี้ยังจะช่วยดึงผู้ใช้จากเดสก์ท็อปไปยังมือถือด้วย หากเขาประทับใจในเรื่องนี้

5. ขาดฟีเจอร์ "save cart"

เราจะไม่ได้ลูกค้าที่ดุ่มตรงมาชอปทางออนไลน์และตัดสินใจซื้อทันทีได้ง่าย ๆ หรอก ดังนั้น วิธีที่ดีที่สุดคือการขยายโอกาสในการเป็นลูกค้าของเขาด้วยการมีฟีเจอร์ 'save cart' ไว้ทั้งบนเดสก์ท็อปและบนมือถือ เขาอาจจะดูของนั้นไว้ บนหน้าจอคอมที่ทำงาน และมาตัดสินใจซื้อ เมื่อเขาอยู่บนรถไฟฟ้าก็ได้ 

6. ลืมเรื่อง  "ระบบนำทาง"

แค่พื้นที่โล่ง ๆ หรือลิงก์ที่พากระโดดไปไหนก็ได้ที่ดูดีบนเดสก์ท็อป ไม่ได้หมายความว่าจะใช้บนมือถือได้ ลองนึกถึง ลูกค้าที่ใช้มือถือขณะเดินบนถนนที่วุ่นวายและพยายามเข้าเพจดู เรื่องมุมมองด้านภาพนั้นสำคัญ แต่อย่าลืมเรื่อง navigation หรือสิ่งที่จะนำทางลูกค้าบนมือถือ ว่าเขาจะสไลด์ไปซ้าย ไปขวา เลื่อนขึ้น เลื่อนลง และนำไปสู่สินค้าที่เขาต้องการสะดวกได้อย่างไร

7. ยอมรับเรื่อง "โหลดช้า"

อย่าโทษฟ้า โทษดิน หรือโทษ Wi-Fi เมื่อความจริงคุณไม่ใส่ใจเรื่องเวลาในการโหลดเว็บไซต์บนมือถือที่เป็นปัญหาตั้งแต่แรก เพราะฉะนั้นจำไว้และทำให้ได้ตั้งแต่ต้น ในเรื่องการโหลดได้ทันทีบนมือถือ

8. ใช้ "ฟอนต์ผิด"

อย่าใช้ฟอนต์ผิด เพราะไม่เพียงแค่หวุดหวิดสูญลูกค้า ถ้าเขาไปดูเว็บไซต์คุณบนมือถือแล้วเจอข้อความที่ฟอนต์ขนาดเล็กมากจนอ่านยาก เขาจะหันไปหาเว็บไซต์อื่นทันที ดังนั้นจำไว้ อย่างน้อยที่สุดขนาดฟอนต์ต้อง 14 pt. และเลือกรูปแบบฟอนต์ที่เฟรนด์ลีหรือเป็นมิตรกับคนอ่าน รวมทั้งฟอนต์นั้นต้องเข้ากันได้กับทุกอุปกรณ์

9. เมิน "saved wallets"

บ่อยครั้งที่ลูกค้าเบื่อที่จะพิมพ์รายละเอียด ทั้งข้อมูลบัตรเครดิต ข้อมูลที่อยู่ที่จะให้จัดส่ง และข้อมูลที่จะให้ส่งใบเสร็จ จนล้มเลิกที่จะซื้อของในที่สุด บริษัทที่ฉลาดก็จะมีฟังก์ชันที่เก็บข้อมูลพวกนี้ไว้ และถ้าไม่มีบัตรเครดิตก็ควรจะให้ลูกค้าได้ใช้ e-wallet (เช่น Apple Pay) เพื่อให้ลูกค้าซื้อของได้ในไม่กี่คลิก

10. มี "ป็อปอัป" มากเกิ้น

แม้มือถือหลาย ๆ เจ้าเดี๋ยวนี้จอจะใหญ่มากขึ้น แต่ความอดทนของคนใช้จะหมดลงทันที หากว่าเปิดเว็บไซต์มาแล้วโดนบอมบ์ด้วยป็อปอัปเต็มไปหมด แถมยังปิดยากอีก ถ้าคุณทำอีคอมเมิร์ซบนมือถือก็ควรจะละเว้นและยกเลิกป็อปอัปที่ไม่จำเป็น เพื่อให้คนที่อาจจะเป็นลูกค้าได้โฟกัสไปยังของที่เขาอยากได้และอยู่ในเว็บไซต์ของคุณได้นานขึ้น

11. หย่อนยานเรื่อง Security

จงตระหนักในเรื่อง "ความมั่นคงปลอดภัย" หรือ "security" อยู่เสมอ อย่างน้อยก็ต้องมี SSL Certificate (เป็น https://) หากไม่มีสิ่งนี้ Google ก็จะแจ้งเตือนผู้เข้าชมว่าเว็บไซต์ของคุณไม่ปลอดภัย และพลอยทำให้ลูกค้าไม่มีอารมณ์อยากชอปต่อ

12. ไม่มีระบบตะกร้าตามง้อลูกค้า

สมมติลูกค้าพร้อมจะซื้อแล้วเพิ่มสินค้าในรถเข็นของเขา จากนั้นก็มาคิดได้ว่า "ตายละหว่า เงินไม่พอ ค่อยมาซื้อทีหลังดีกว่า" เขาก็ทิ้งตะกร้านั้นไว้ จนลืมที่จะมาทำธุรกรรมออนไลน์นั้นให้เสร็จสมบูรณ์ แต่หากคุณมีระบบ "abandoned cart" อัตโนมัติ พวกลูกค้าที่ทิ้งตะกร้าไว้ก็จะได้รับอีเมลเตือนความจำ และลิงก์ที่เขาทำค้างไว้อยู่เพื่อให้เขากลับไปเช็กเอาต์สิ่งที่ทำค้างไว้ได้

13. พลาดเรื่อง Content ที่เหมาะกับมือถือ

ให้ตระหนักว่าภาพจำนวนมากและชิ้นส่วนของคอนเทนต์ต่าง ๆ มันไม่เวิร์กหรอกถ้าจะหดไซส์มันเพื่อมาลงในมือถือ มันควรจะเป็นคอนเทนต์และสื่อเวอร์ชันที่เหมาะกับมือถือโดยเฉพาะ เพื่อมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้ลูกค้าผู้ใช้มือถือมากกว่า

14. ทำให้ "categories เยอะ" จนเข้าถึงยาก

คนใช้มือถืออยากจะไปถึงสิ่งที่เขาต้องการได้อย่างรวดเร็วและไม่ต้องพยายามมาก นั่นหมายถึงการเรียงลำดับและการกลั่นกรองสิ่งที่จะนำเสนอลูกค้าให้ทันใจเขามากที่สุด อะไรที่ไม่จำเป็นก็ให้ยกออกไป ยิ่งหมวดหมู่เยอะ เขาก็คงเบื่อที่จะตามไปดู

รายละเอียดเหล่านี้เป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้ามเมื่อจะทำเว็บไซต์ที่โชว์บนมือถือ ซึ่งคงไม่ใช่เว็บไซต์อีคอมเมิร์ซที่ขายสินค้าออนไลน์เท่านั้น แต่เว็บไซต์อื่น ๆ ก็อาจจะนำข้อที่เป็นประโยชน์ไปประยุกต์ใช้ได้ เมื่ออนาคตของออนไลน์จะไปอยู่บนมือถือ

ที่มา thenextweb.com