the coronation of king rama x
email Webmasster contact's email   phone to ETDA  0-2123-1234
TH | EN


เผยแพร่ 27.08.2018 (1 ปีที่ผ่านมา) | แก้ไขล่าสุด 17.11.2019 | อ่าน 6880

เจาะลึก BNK48 กับกลยุทธ์การตลาดยุคดิจิทัล


“แอบมองเธออยู่นะจ๊ะ แต่เธอไม่รู้บ้างเลย” นาทีนี้เชื่อว่าหลายต่อหลายคนก็ต้องร้องเพลงนี้ได้ และคงไม่มีใครไม่รู้จัก BNK48 เกิร์ลกรุ๊ปไทยเชื้อสายญี่ปุ่นเจ้าของเพลงฮิต “คุกกี้เสี่ยงทาย” แน่นอน

ความสำเร็จของ BNK48 นอกจากจะเป็นเพราะ “ความพยายาม” อย่างหนักของน้อง ๆ สมาชิกในวงทุกคนแล้ว ทีมบริหารหลังบ้านนำโดย จิรัฐ บวรวัฒนะ ประธานบริหาร บริษัท BNK48 จำกัด ก็มีกลยุทธ์การประชาสัมพันธ์ รวมถึงแผนการในอนาคตที่เรียกได้ว่าน่าสนใจเป็นอย่างมาก

 

ต้นฉบับ AKB48 จากวงไอดอล สู่ธุรกิจแฟรนไชส์ข้ามประเทศ

ประเทศญี่ปุ่นโอกาสที่คนทั่วไปจะได้พบ ศิลปิน ดารา หรือวงไอดอลนั้นถือเป็นเรื่องยากมาก ด้วยวัฒนธรรมและกฎเกณฑ์ของผู้ดูแลศิลปินที่ค่อนข้างเข้มงวดทำให้แฟน ๆ สามารถพบศิลปินที่ชอบได้ผ่านรายการโทรทัศน์ คอนเสิร์ต หรืออีเวนต์ใหญ่ ๆ เท่านั้น

AKB48 จึงเป็นกลุ่มไอดอลสาวที่ตั้งขึ้นมาพร้อมคอนเซ็ปต์ ‘IDOL YOU CAN MEET’ เปิดโอกาสให้แฟน ๆ ได้พบปะอย่างใกล้ชิด ผ่านเธียเตอร์แสดงของตัวเองและกิจกรรมต่าง ๆ ที่จัดขึ้น แต่เส้นทางสายไอดอลของสาว ๆ ก็ไม่ได้ง่ายดายอย่างที่คิด เพราะในช่วงแรกของการเปิดตัว AKB48 ได้รับความสนใจน้อยมากถึงขนาดที่บางรอบการแสดงมีผู้เข้าชมเพียงแค่ 2–3 คนเท่านั้น และเป็นเช่นนี้เกือบ 1 ปีด้วยกัน ทำให้สมาชิกบางคนถอดใจยอมแพ้ขอลาออกไป แต่ก็ยังมีอีกหลายคนเลือกที่จะอดทน ตั้งใจ มุ่งมั่น และพยายามอย่างไม่หยุดยั้ง

 “เรื่องราวของความพยายาม” นี่เองที่ทำให้ต่อมา AKB48 เริ่มเป็นที่รู้จักและมีโอกาสได้ไปออกรายการโทรทัศน์จนได้รับความสนใจจากคนทั่วประเทศ และมีจำนวนแฟนคลับเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ จนกลายเป็นไอดอลระดับประเทศที่มี “วงน้องสาว” อีกกว่า 6 วง ในประเทศญี่ปุ่น กระจายตามเมืองต่าง ๆ ซึ่งมีไอดอลในสังกัดมากกว่า 1,000 คน และทำรายได้ในประเทศได้ถึง 7 พันล้านบาทต่อปี

นอกจากความสำเร็จในประเทศญี่ปุ่นแล้ว ต่างชาติก็ยังให้ความสนใจกับศิลปินและวัฒนธรรมของ 48Group จนกระทั่งมีการเจรจาขอซื้อแฟรนไชส์โมเดลไอดอลกลุ่มนี้จากประเทศต่าง ๆ เริ่มต้นที่ JKT48 ประเทศอินโดนีเซีย SNH48 ประเทศจีน (ปัจจุบันถูกถอดออกจากการเป็นสมาชิก 48 Group) BNK48 ประเทศไทย MNL48 ประเทศฟิลิปปินส์ และ TPE48 ไต้หวัน (ปัจจุบันเป็น AKB48 Team TP)

BNK48 วงน้องสาวนอกประเทศ วงที่ 3

เรื่องราวความน่าสนใจของวัฒนธรรมไอดอล 48 Group ทำให้ จิรัฐ บวรวัฒนะ ตัดสินใจเสนอแผนธุรกิจและขอซื้อแฟรนไชส์ไอดอลกลุ่มนี้ เพื่อจัดตั้งวง BNK48 ของประเทศไทยขึ้น

“สิ่งที่ทำให้เรายอมจ่ายเพื่อซื้อแฟรนไชส์นี้มา
คือ วัฒนธรรมความเป็น 48 Group
ในเรื่องความพยายาม และ การพัฒนา”

BNK48 เปิดตัวสมาชิกและวงอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2560 ปัจจุบันมีผลงานซิงเกิลเพลง 3 ชุด และ 1 อัลบั้ม โดยในช่วงแรก BNK48 ยังไม่ได้เป็นที่รู้จักในวงกว้างมากนัก มีเพียงแฟนคลับเฉพาะกลุ่มเท่านั้น แต่ก็มียอดสั่งจองอัลบั้มมากถึง 13,500 แผ่น ต่อมา BNK48 ได้ออกซิงเกิลเพลงที่ 2 ที่ถือเป็นเพลงแจ้งเกิดที่ทำให้ BNK48 โด่งดังเป็นอย่างมาก ก็คือเพลง ‘Koisuru Fortune Cookie หรือ คุกกี้เสี่ยงทาย’ ที่สามารถทำยอดขายได้มากกว่า 30,000 แผ่น

ในยุคที่วงการเพลงไทยรายได้จากยอดขายเพลงโดยเฉพาะจากซีดีแทบจะเป็นศูนย์ เพราะมีช่องทางในการฟังเพลงเพลงที่หลากหลาย แต่ BNK48 กลับมียอดจัดจำหน่ายแผ่นเพลงเพิ่มสูงขึ้นทุกครั้งที่ออกผลงาน หัวใจสำคัญที่ทำให้ผลงานซิงเกิลและอัลบั้มของวงนี้เป็นที่ต้องการและมีความพิเศษก็คือ รูปถ่าย และ ‘บัตรจับมือศิลปิน’ ที่บรรจุอยู่ภายใน และเมื่อสาว ๆ กลับมาอีกครั้งพร้อมซิงเกิลเพลงที่ 3 อย่าง ‘Shonichi วันแรก’ ก็สามารถทำยอดขายได้มากกว่า 170,000 แผ่น นำไปสู่ ‘งานจับมือ’ ซึ่งมีแฟน ๆ เข้าร่วมงานกว่า 40,000 คน

หลังจากออกซิงเกิ้ลมา 3 เพลง ในที่สุด BNK48 ก็ได้มีอัลบั้มเต็มครั้งแรกที่รวบรวมเพลงทั้งหมดของสาว ๆ ไว้ โดยอัลบั้มเต็มนี้สามารถทำยอดขายได้มากถึง 80,000 แผ่น คิดเป็นมูลค่ากว่า 80 ล้านบาท

(เว็บไซต์ BNK48 ที่รวบรวมข้อมูลข่าวสารและการสั่งซื้อสินค้า ภาพจาก www.bnk48.com)

เน้นการตลาดออนไลน์ให้เข้ากับสังคมยุคดิจิทัล

จิรัฐ ได้แชร์เคล็ดลับในการบริหารและประชาสัมพันธ์วง BNK48 ในงาน ETDA ก้าวสู่ปีที่ 8 "FUTURE ECONOMY & INTERNET GOVERNANCE : BIG CHANGE TO BIG CHANCE" ว่า

“เราเน้นการทำ engagement บนโลกออนไลน์
เนื่องจากเราเห็นว่า content ใน Social Media ของน้อง ๆ
ได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก”

เริ่มจากการให้แฟน ๆ ส่งคลิปเต้นเพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งใน MV เพลง ต่อมาได้เชิญผู้ร่วมกิจกรรมจำนวนกว่า 2,000 คน มาร่วมถ่ายทำมิวสิกวิดีโอเพลง สิ่งสำคัญของกิจกรรมนี้ก็คือกลุ่มคนที่เข้าร่วมกิจกรรมจะทำการแชร์ MV เพลงนี้ต่อไปเรื่อย ๆ ให้คนรอบตัวได้เห็น ซึ่งเป็นการเพิ่มการรับรู้ในวงกว้างมากขึ้น

นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมต่าง ๆ ที่สมาชิกในวงทำเป็นประจำบนโลกออนไลน์ ได้แก่ การ Live พูดคุยกับแฟน ๆ ประจำวันผ่านแอปพลิเคชัน การอัปเดตข่าวสารจากทางบริษัทผ่านทั้ง เว็บไซต์ และ โซเชี่ยวมีเดียหลัก การพูดคุยแบ่งปันความคิดเห็นของเหล่าแฟนคลับผ่านแฮชแท็ก ต่าง ๆ เช่น #BNK48 เป็นต้น

และยังมีการทำความร่วมมือกับพันธมิตรหลากหลายอุตสาหกรรมเพื่อเพิ่มฐานแฟนคลับ เช่น ร่วมมือกับบริษัท GDH และ Salmon House สร้าง BNK48 Documentary เรื่อง “Girls Don’t Cry”​  นำเสนอเรื่องความพยายามของสาว ๆ  หรือร่วมมือกับ “ช้างศึก” ในการประชาสัมพันธ์การแข่งขันฟุตบอลทีมชาติไทย ก็ทำให้กลุ่มแฟนบอลได้ทำความรู้จักกับ BNK48 ไปในตัว

“สิ่งสำคัญในการทำงาน คือ เรามักหาพันธมิตร
เพื่อพัฒนา Content หรือ Concept งานใหม่ ๆ
และเพื่อร่วมกันทำการประชาสัมพันธ์”

 

ลุยธุรกิจ e-Commerce อย่างเต็มรูปแบบ

นอกจากทำกลยุทธ์บุกออนไลน์เพื่อการประชาสัมพันธ์แล้ว การซื้อขายสินค้า BNK48 ก็เป็นการซื้อขายผ่านช่องทางออนไลน์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการสั่งซื้อซีดีและอัลบั้มเพลงของ BNK48 ที่จะไม่มีวางขายตามท้องตลาด แต่ต้องทำการพรีออเดอร์สินค้าล่วงหน้าและจะผลิตเพียงแค่จำนวนที่สั่งเท่านั้น ซึ่งในระยะเวลาปีกว่า ๆ ที่ก่อตั้งวง BNK48 ขึ้นมา มียอดขายไปแล้วเกือบ 3 แสนแผ่น โดยการจองผ่านเว็บไซต์ของ BNK48

ปริมาณความต้องการและยอดการสั่งซื้อสินค้าของ BNK48 ที่มีเข้ามาจำนวนมาก ทางบริษัทจึง ได้ทำความร่วมมือกับ Shopee ในการพัฒนาระบบหลังบ้านในการทำอีคอมเมิร์ซและการขนส่งสินค้า เพื่อให้การซื้อ-ขายเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ สะดวก และรวดเร็วมากยิ่งขึ้น  

BNK48 นอกจากเป็นวงที่ประสบความสำเร็จในเรื่องผลงานและชื่อเสียงแล้ว เรื่องการบริหารงานของทีมหลังบ้านก็ถือได้ว่าเป็นทีมงานคุณภาพแห่งยุคดิจิทัลอย่างแท้จริง ที่ใช้ช่องทางออนไลน์ในการประชาสัมพันธ์และทำอีคอมเมิร์ซได้อย่างมีประสิทธิภาพ

“ถ้าเปรียบเทียบ BNK48 เป็นภาพยนตร์ ก็จะประกอบไปด้วยหลายเส้นเรื่องด้วยกัน
ทั้งการแข่งขัน มิตรภาพ และเรื่องราวอีกมากมายที่ดำเนินไปเรื่อย ๆ ทำให้การติดตาม BNK มีความน่าสนใจ”

 

 

ชมคลิปย้อนหลัง คลิก