email Webmasster contact's email   phone to ETDA  0-2123-1234
TH | EN


เผยแพร่ 05.10.2015 (2 ปีที่ผ่านมา) | แก้ไขล่าสุด 27.05.2017 | อ่าน 1169

ETDA ยกระดับมาตรฐานไทย เชื่อมโยงมาตรฐานโลก


ETDA ยกระดับมาตรฐานไทย เชื่อมโยงมาตรฐานโลก

ETDA เดินหน้าวาง Roadmap สำหรับ e-Standard ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เล็งพัฒนาต่อยอดทั้ง มาตรฐานกลางข้อความการชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ (NPMS: National Payment Message Standard) มาตรฐานข้อความอิเล็กทรอนิกส์สำหรับการซื้อขายสินค้าและบริการ (e-Invoice/e-Tax Invoice) มาตรฐานกลางรหัสสินค้าและบริการสำหรับอีคอมเมิร์ซ ไปจนถึงบริการลงทะเบียนรหัสสถานที่เพื่อการค้าและขนส่ง (UN/LOCODE) เพื่อเตรียมเข้าสู่ประชาคมอาเซียน 2015 โดยสมบูรณ์

สุรางคณา วายุภาพ ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) (สพธอ.) หรือ ETDA (เอ็ตด้า) กระทรวงไอซีที กล่าวในงานเสวนา งานสัมมนา “eStandard Day : Standard เป็นปัจจัยความสำเร็จในการทำ e-Commerce & e-Government ได้อย่างไร?” ซึ่งจัดขึ้นโดยสำนักมาตรฐาน ETDA เมื่อวันที่ 2 ตุลาคม 2558 ณ ห้อง Universe 1 ศูนย์ประชุมสเปซ ชั้น 12 อาคารเดอะ ไนน์ ทาวเวอร์ แกรนด์ พระรามเก้า ว่า

“พันธกิจหลักของ ETDA คือการส่งเสริมการทำ e-Transactions ของประเทศ รวมถึงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่เรียกว่า Soft Infrastructure ซึ่งหนึ่งในนั้นคือ “มาตรฐาน” อันถือเป็นส่วนสำคัญในการวางรากฐานระบบธุรกรรมออนไลน์ของไทย โดย ETDA มุ่งพัฒนามาตรฐานหลักสำคัญสองด้าน ได้แก่ มาตรฐานเพื่อสนับสนุน e-Business หรือ e-Trade ซึ่งเป็นมาตรฐานข้อความที่เกี่ยวข้องกับการทำการค้า อาทิ e-Invoice  e-Tax Invoice และมาตรฐานเพื่อสนับสนุนการใช้บริการ e-Payment หรือมาตรฐาน NPMS ซึ่งอ้างอิงจากมาตรฐานสากล ISO 20022

“หากพิจารณาจากการเติบโตของภาคธุรกิจที่มีการทำธุรกรรมทางการเงินระหว่างกันมากยิ่งขึ้นทั้งในประเทศ และระหว่างประเทศ ประกอบกับการมาถึงของการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนในปลายปี 2558 นี้ เป็นที่คาดว่า ความต้องการในการทำธุรกรรมทั้งในส่วนของการค้า และการเงินบนออนไลน์จะยิ่งทวีสูงขึ้น ดังนั้นมาตรฐานที่เกี่ยวข้องกับ e-Payment และ e-Invoice จึงยิ่งมีความสำคัญ เพื่อสร้างมาตรฐานข้อความแบบระบบเปิดร่วมกัน เชื่อมโยงข้อมูลด้านการเงินและการค้า ด้วยรูปแบบการสื่อสารที่มีมาตรฐานและมั่นคงปลอดภัยอย่างสูง

“ETDA จึงวาง e-Standard Roadmap สำหรับปี 2559 เพื่อต่อยอดการพัฒนามาตรฐานในส่วนต่าง ๆ ได้แก่ การพัฒนามาตรฐาน NPMS เวอร์ชัน 3 สำหรับการแลกเปลี่ยนข้อความการชำระเงินระหว่างธนาคารโดยร่วมกับ National ITMX และธนาคารสมาชิก การจัดทำมาตรฐานกลางรหัสสินค้าและข้อความอิเล็กทรอนิกส์สำหรับการซื้อขายสินค้าเพิ่มเติมโดยทำงานร่วมกับสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย การผลักดันการใช้มาตรฐาน e-Tax Invoice และ e-Receipt ร่วมกับกรมสรรพากร ตลอดจนการให้บริการลงทะเบียนรหัสสถานที่เพื่อการค้า และการขนส่ง (UN/LOCODE) เพื่อสนับสนุนกรมศุลกากรในเรื่องของการแลกเปลี่ยนข้อมูลผ่านระบบ National Single Window และการทำธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ในภาคการค้าและการขนส่งบริการลงทะเบียนรหัสสถานที่เพื่อการค้าและการขนส่ง (UN/LOCODE)”

สุรางคณา กล่าวเพิ่มเติมว่า จากรายงานของ World Payment อัตราการเจริญเติบโตของการชำระเงินที่ไม่ใช่เงินสดของทั่วโลก สูงถึง 9.4% ในขณะที่กลุ่มประเทศซึ่งได้แก่ประเทศในยุโรปกลาง ตะวันออกกลาง อินเดีย จีน และอาเซียน มีอัตราการเจริญเติบโตสูงถึง 22% พร้อมคาดการณ์ว่ารายการธุรกรรมการชำระเงินที่ไม่ใช่เงินสดจะมีปริมาณสูงถึง 8 แสนล้านรายการในอีกสิบปีข้างหน้า ในขณะที่ข้อมูลของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ระบุว่าประเทศไทยมีมูลค่า e-Payment สูงถึง 825 ล้านล้านบาท ส่วนข้อมูลจากสำนักงานสถิติแห่งชาติ มีตัวเลขมูลค่าของการทำอีคอมเมิร์ซสูงถึง 768 ล้านบาท เห็นได้ว่าทิศทางของ Non-cash Payment ของโลกและของไทยกำลังเจริญเติบโตในอัตราเร่งที่สูง สอดคล้องกับวิถีชีวิตของคนไทยที่กำลังก้าวเข้าสู่การใช้เทคโนโลยีดิจิทัลมากขึ้น

เป็นที่คาดการณ์ว่าในปี 2558 และในปีถัด ๆ ไป มูลค่าในส่วนนี้น่าจะมีอัตราการเติบโตมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อประกอบกับการเข้าสู่เศรษฐกิจอาเซียนในช่วงปลายปี การพัฒนามาตรฐานเพื่อช่วยให้หน่วยงานรัฐ และเอกชนสามารถดำเนินธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ที่ได้มาตรฐาน ถูกต้อง และเที่ยงตรงจึงยิ่งมีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง

“ETDA ได้ดำเนินงานสนับสนุนเรื่องนี้ใน 2 กลยุทธ์คือ ‘การจัดทำมาตรฐานเพื่อการสนับสนุนการทำธุรกิจในปัจจุบัน’ และ ‘การศึกษาและจัดทำมาตรฐานสำหรับอนาคตอีก 3 ปีข้างหน้า’ เพราะมาตรฐานมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลาตามนวัตกรรมใหม่ที่เกิดขึ้น ยกตัวอย่างเช่น การกำหนดมาตรฐานรหัสสินค้าและบริการได้กำหนดไว้แล้วว่าภายใน 1 ปี จะต้องมีรหัสสินค้าจำนวน 1 แสนรายการ และภายใน 5 ปีจะเพิ่มเป็น 2-3 แสนรายการ เพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการอีคอมเมิร์ซและผู้บริโภคสามารถเข้าถึงและตรวจสอบข้อมูลสินค้าได้ ในส่วนของภาครัฐและภาคเอกชนก็สามารถนำไปประเมินผลวิเคราะห์เชิงสถิติเพื่อช่วยให้กระบวนการจัดซื้อจัดจ้างมีประสิทธิภาพในส่วนนี้” สุรางคณา กล่าว