email Webmasster contact's email   phone to ETDA  0-2123-1234
TH | EN


เผยแพร่ 08.02.2018 (4 เดือนที่ผ่านมา) | แก้ไขล่าสุด 25.05.2018 | อ่าน 2019

ETDA จัดประชุมนานาชาติเรื่อง ครอบครัวปลอดภัยในยุคดิจิทัล ครั้งแรกในอาเซียน


จับมือ ม.หอการค้าไทย เชิญ Facebook–Google-3DU Play ระดับโลกร่วมเสวนา หวังเป็นตัวแปรเกิด Soft Law คุ้มครองเยาวชนจากโลกออนไลน์

 

สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) (สพธอ.) หรือ ETDA (เอ็ตด้า) กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เปิดเผยว่า ETDA ได้ร่วมกับ สถาบันวิชาการนโยบายกิจการสาธารณะกับธุรกิจและการกำกับดูแล (APaR) คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย โดยความร่วมมือของ ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ จัดประชุมนานาชาติเรื่อง “ครอบครัวปลอดภัยในยุคดิจิทัล” (Building a Safe Online Environment for Children) ซึ่งการจัดงานในครั้งนี้ ถือเป็นครั้งแรกในอาเซียน โดยได้รับเกียรติจาก ดร.พิเชฐ ดุรงคเวโรจน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เป็นประธานเปิดงานพร้อมปาฐกถาพิเศษ ระหว่างวันที่ 8-9 กุมภาพันธ์  2561 ณ ห้อง Open Forum ชั้น 21 ของ ETDA

ดร.พิเชฐ กล่าวในการปาฐกถาว่า ปีที่ผ่านมา กระทรวงดิจิทัลฯ ได้ดำเนินงานผ่านโครงการเน็ตประชารัฐ โดยติดตั้งอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง 24,700 หมู่บ้าน และมีโครงการจะขยายต่อเรื่อย ๆ เพื่อให้มั่นใจว่าผู้ที่อยู่ในท้องที่ห่างไกลก็สามารถใช้อินเทอร์เน็ตได้ เมื่อดูแลทุกภาคส่วนแล้ว ก็ต้องรวมถึงการดูแลเด็กและเยาวชนด้วย ซึ่งต้องทำให้มั่นใจได้ว่า เด็กและเยาวชนจะโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีวุฒิภาวะเพียงพอที่จะดูแลปกป้องตนเองได้ และมีวิจารณญาณในการตัดสินว่า อะไรเป็นเนื้อหาหรือข้อมูลที่เหมาะสม 

"ปีนี้เราต้องเร่งสร้างโครงการ เครื่องมือ หรือพื้นที่ ที่ไม่เพียงแค่เพื่อเด็กและเยาวชนเท่านั้น แต่เราต้องสร้างให้พ่อแม่ ผู้ปกครอง และครูด้วย โดยการอบรมบ่มเพาะพ่อแม่ ผู้ปกครอง และครู ให้เห็นทั้งแง่บวกและแง่ลบของเทคโนโลยี เราไม่ต้องการให้กลัวอย่างเดียว แต่ต้องเห็นประโยชน์ของเทคโนโลยีด้วย อีกทั้งการอบรมให้ความความรู้ต้องไม่ใช่แค่ในห้องเรียนเท่านั้น แต่ต้องเป็นการให้ความรู้ผ่านออนไลน์ อย่างผ่านมือถือที่เป็นเครื่องมือง่าย ๆ ที่คนใช้งานกันแทบทุกคน ดังนั้น ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งหลาย ต้องดูแลร่วมกัน และเป็นโจทย์ว่าแล้วจะทำอย่างไร แต่อย่างไรก็ดี เด็กและเยาวชนเองก็ต้องรู้จักดูแลตนเองและสร้างความแข็งแกร่งให้ตนเองด้วย"

 

สุรางคณา วายุภาพ ผู้อำนวยการ ETDA กล่าวเสริมว่า สำหรับการจัดประชุมนานาชาติครั้งนี้ ETDA ในฐานะหน่วยงานภาครัฐ เห็นว่าเรื่องของเด็กและเยาวชนเป็นกลุ่มที่สังคมต้องให้ความสำคัญ เนื่องจากเป็นกำลังสำคัญของชาติในอนาคต แต่ด้วยยุคปัจจุบันที่ทุกคนสามารถเข้าอินเทอร์เน็ตได้ทุกที่ทุกเวลา ปัญหาที่เกิดขึ้นคือเราจะคุ้มครองเยาวชนจากสิ่งที่ไม่เหมาะสมที่อยู่บนโลกออนไลน์ได้อย่างไร เช่น เนื้อหาที่มีความรุนแรง เนื้อหาที่ไม่เหมาะสมกับเด็กและเยาวชน

"การประชุมในวันนี้จึงมีความสำคัญ เนื่องจากเราจะได้รับฟังนโยบายและแนวปฏิบัติของต่างประเทศในเรื่องนี้ เพื่อนำมาประยุกต์เข้ากับประเทศไทยในการสร้างโลกอินเทอร์เน็ตให้ปลอดภัยกับผู้เยาว์ ต้องมีการสร้างมาตรการระวัง ป้องกันภัย และรับมือ ดังจะเห็นได้จากรายงานผลการสำรวจพฤติกรรมผู้ใช้อินเทอร์เน็ตในประเทศไทยปี 2560 ของ ETDA ซึ่งพบว่า กลุ่มเด็กและเยาวชนอายุน้อยกว่า 17 ปี มีการใช้อินเทอร์เน็ตในวันทำงานโดยเฉลี่ย 5.48 ชั่วโมง/วัน และในวันหยุดโดยเฉลี่ย 7.12 ชั่วโมง/วัน โดยกิจกรรมทางออนไลน์ที่เป็นอันดับ 1 คือ การใช้สื่อสังคมออนไลน์ประเภทต่าง ๆ ซึ่งที่ผ่านมา มีภัยคุกคามทางออนไลน์ที่เกิดแก่เด็กและเยาวชนในหลายรูปแบบ ทั้งการข่มขู่ การหลอกลวง การกลั่นแกล้งกันบนอินเทอร์เน็ต (Cyberbullying) การทำลามกอนาจารต่อเด็กและเยาวชน รวมทั้งการใช้งานอินเทอร์เน็ตที่ขาดความระมัดระวังและความตระหนักของเด็กและเยาวชน ทำให้เกิดภัยคุกคามอื่น ๆ ตามมาอีกมากมาย เช่น การละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล"

ETDA และหน่วยงานร่วมดำเนินงาน ตั้งเป้าให้การจัดประชุมนานาชาติครั้งนี้ ได้สร้างความตระหนักไปสู่ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องถึงภัยคุกคามออนไลน์ในยุคดิจิทัลที่เด็กและเยาวชนสามารถเข้าถึงสื่อออนไลน์ได้ทุกที่ทุกเวลา แต่เนื้อหาของสื่อบนอินเทอร์เน็ตบางอย่างอาจไม่เหมาะสมกับเด็กและเยาวชน จึงถูกนำไปแสวงหาประโยชน์ได้โดยง่าย ดังนั้น ภัยออนไลน์ต่อเด็กและเยาวชนจึงเป็นประเด็นที่ทั่วโลกให้ความสนใจและเล็งเห็นถึงความเร่งด่วนในการออกมาตรการคุ้มครองเด็กและเยาวชนจากภัยออนไลน์

ประเทศต่าง ๆ ได้มีการพัฒนาและปรับปรุงกฎหมาย รวมทั้งมาตรการต่าง ๆ เพื่อให้การดูแลและคุ้มครองเด็ก และเยาวชนเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งประเทศไทยได้มีการปรับปรุงกฎหมายอาญาเพื่อกำหนดโทษแก่การครอบครองสื่อลามกอนาจารเด็ก ซึ่งครอบคลุมไปถึงสื่อทางออนไลน์ด้วย เนื่องจากการกระทำดังกล่าวเป็นการละเมิดสิทธิขั้นพื้นฐานของเด็กตามอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก และเป็นปัจจัยที่ก่อให้เกิดการล่วงละเมิดทางเพศต่อเด็กตามมา การสร้างความตระหนักและรู้เท่าทันสื่อและสารสนเทศ รวมทั้งส่งเสริมและสนับสนุนให้ลดความเหลื่อมล้ำต่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน จะเป็นกลไกในส่งสนับสนุนให้เกิดมาตรการทางกฎหมายที่ครอบคลุมในรูปแบบของ Soft Law เช่น Best Practice หรือ Self Regulation ดังนั้น การมีเครื่องมือที่จะช่วยให้เกิดแนวทางปฏิบัติที่ดีในการใช้สื่อออนไลน์โดยไม่ละเมิดเด็กและเยาวชนจึงเป็นเรื่องสำคัญมาก การจัดประชุมในครั้งนี้ จึงได้เชิญผู้ร่วมเสวนาชั้นนำจากองค์กรและมหาวิทยาลัยระดับโลก อาทิ International Institute of Communications (IIC), Facebook, Google, 3DU Play, University of Vienna, University of Hong Kong มาให้ความรู้และร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นด้วย สุรางคณา กล่าว

 

ขณะเดียวกัน ในระดับสากลก็ได้มีการพัฒนาและปรับปรุงกฎหมายเพื่อการดูแลเด็กและเยาวชนทางออนไลน์เป็นการเฉพาะ เช่น ข้อเสนอของสหประชาชาติในการจัดทำอนุสัญญาเพื่อต่อต้านการละเมิดทางเพศของผู้เยาว์ออนไลน์ (A Proposal for a United Nations Treaty on Combating Online Child Sexual Abuse) หรือสหภาพยุโรปได้มีอนุสัญญาการป้องกันเด็กจากการฉวยผลประโยชน์และทารุณกรรมทางเพศของสภายุโรป ค.ศ.2007 (Council of Europe Convention on the Protection of Children against Sexual Abuse and Sexsual Abuse 2007) และระเบียบของสหภาพยุโรป เรื่องการต่อต้านทารุณกรรมทางเพศของเด็ก การฉวยผลประโยชน์ของเด็ก และสื่อลามกเด็ก ค.ศ.2011 (Directive 2011/93 on Combating the Sexual Abuse and Sexual Exploitation of Children and Child Pornography 2011) เป็นต้น

ด้าน รองศาสตราจารย์สุธรรม อยู่ในธรรม คณบดีคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย และ ประธานสถาบันวิชาการนโยบายกิจการสาธารณะกับธุรกิจและการกำกับดูแล (APaR) กล่าวว่า การประชุมนานาชาติครั้งนี้นับเป็นครั้งแรกในประเทศไทยที่พูดถึงกระแสดิจิทัลที่กระทบถึงชีวิตในครอบครัว กระทบถึงชีวิตเด็กซึ่งจะเติบโตเป็นกำลังสำคัญของชาติในอนาคต ซึ่งในงานประชุมได้เชิญผู้เชี่ยวชาญระดับโลก เช่น Facebook, Google และผู้เชี่ยวชาญด้านการคุ้มครองเยาวชนจากออสเตรเลียและสหราชอาณาจักรมาให้ความรู้เรื่องแนวปฏิบัติที่ดี และบทบาทของครอบครัวในการให้ความรู้เยาวชนเรื่องสื่อออนไลน์เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยให้กับเยาวชน ผลจากการประชุมจะสามารถเสนอเป็นนโยบายการเรื่องการคุ้มครองเยาวชนบนโลกออนไลน์ และการสร้างครอบครัวให้ปลอดภัยในโลกยุคดิจิทัลได้

 

นอกจากประเด็นข้างต้นแล้ว การประชุมในครั้งนี้จะหารือถึงบทบาทของครอบครัวในการให้ความรู้เยาวชนเรื่องการเลือกเสพสื่อที่เหมาะสม ซึ่งเป็นประเด็นที่ยังไม่ได้รับการพูดถึงมากนักในประเทศไทย ผู้จัดงานประชุมได้เชิญผู้เชี่ยวชาญทั้งจากในประเทศและต่างประเทศมาให้ความรู้และแลกเปลี่ยนข้อมูลเรื่องการกำหนดนโยบาย แนวปฏิบัติที่ดี และเครื่องมือต่างๆ ในการคุ้มครองเยาวชนจากภัยออนไลน์ ผลจากการประชุมซึ่งรวมถึงข้อเสนอแนะแนวทางการคุ้มครองผู้เยาว์จากภัยออนไลน์สำหรับประเทศไทยจะได้รับการเผยแพร่สู่สาธารณะ

(อ่านข่าวภาคภาษาอังกฤษ โดยกดปุ่ม EN ด้านขวาบนของจอ: Press the EN button on  the uppper right side of this page to read english news.)