email Webmasster contact's email   phone to ETDA  0-2123-1234
TH | EN


เผยแพร่ 17.10.2018 (5 เดือนที่ผ่านมา) | แก้ไขล่าสุด 19.03.2019 | อ่าน 2262

3 สุดยอดเทรนด์ e-Commerce ดันยอดขายในปี 2019


เมื่อพูดถึง e-Commerce วันนี้คุณอาจจะอยู่ในกระแส แต่วันถัดไปคุณอาจตกขบวน เพราะโลกชอปปิงออนไลน์เข้าถึงได้ง่ายกว่าที่เคย และลูกค้าก็จะมีความต้องการที่มากขึ้นเรื่อย ๆ โดยความคาดหวังที่เพิ่มขึ้นจะต้องได้รับการสนองตอบทุกครั้ง

การยกเอาร้านจริงมาอยู่บนออนไลน์นั้นไม่พอแล้ว เพราะลูกค้าไม่ได้ต้องการแค่ได้สินค้าแล้วก็ไป พวกเขาอยากได้ประสบการณ์ มีการโต้ตอบ รู้สึกดื่มด่ำ และสนุกสนาน ดังนั้น เทรนด์ของอีคอมเมิร์ซจะเปลี่ยนไปเรื่อย ๆ จากเชื้อไฟของความปรารถนาและรสนิยมของผู้บริโภค และนี่คือลิสต์ของเทรนด์ที่กำลังจะเปลี่ยนวิถีของอีคอมเมิร์ซในปี 2562

1. สัมผัสลึกได้ด้วยตา

เมื่อพูดถึงการชอปปิงออนไลน์ "ภาพ" คือวิธีที่ดีที่สุดในการนำเสนอสินค้า ดังนั้น คนที่คิดจะซื้อต้องสามารถมองลึกไปในทุกรายละเอียด เพื่อให้เขาได้ตัดสินใจซื้อได้ โดยไม่ผิดหวังในภายหลัง

อุปสรรคหนึ่งในระหว่างที่คิดกับตัดสินใจซื้อคือ พวกเขามักไม่แน่ใจว่า ภาพกับของจริง ๆ ที่จะได้จะเหมือนกันไหม โดยเฉพาะในหมวดสินค้าระดับหรู เนื่องจากพวกเขาไม่ได้สัมผัสสินค้านั้น การนำเสนอด้วยภาพที่มีคุณภาพสูงในมุมมองต่าง ๆ ให้มากที่สุดเท่านั้นที่จะเอาชนะความลังเลได้

ขั้นที่ 1 ของเทรนด์นี้ก็คือ ทำให้ภาพซูมได้และแน่ใจว่า ใช้ภาพคุณภาพสูงพอในการขยายได้ โดยที่ไม่เสียเวลาในการดาวน์โหลดนาน (ซึ่งจะส่งผลให้อัตราการคลิกลดลงถึง 39%) 

ขั้นที่ 2 เพื่อเพิ่มประสบการณ์การชอปให้มากขึ้น ผู้ขายควรใช้วิดีโอสาธิต หรือ demo video เพื่อโชว์สินค้า ซึ่ง 52% ของคนที่ได้เห็น บอกว่าวิดีโอช่วยให้พวกเขามั่นใจในการตัดสินใจซื้อมากขึ้น

อีกทางเลือกที่น่าสนใจคือ ภาพ 3D หรือการสร้างภาพสามมิติ เช่น American Greetings ผู้สร้างสรรค์และผลิตสินค้าประเภทแสดงความยินดีหรือโอกาสต่าง ๆ ทางสังคม ได้นำภาพ 3D มานำเสนอแก่ผู้ชมเว็บไซต์ เพื่อแก้ปัญหาใหญ่ ๆ อย่างความวิบวับ ฟอยล์ ลายนูน หรือกิมมิคอื่น ๆ ของการ์ดอวยพร ซึ่งยากที่ชื่มชมและสัมผัสได้แบบลึกซึ้งด้วยภาพแบบ 2D

เทคโนโลยี 3D ทุกวันนี้ ก้าวหน้าจนสามารถประมวลผลลักษณะหน้าตาของสินค้าได้อย่างไม่เคยทำได้ ไม่ว่าจะความดำ ความเงา ความวาว ผ้าไหม หนัง หรือจิวเวลรี รวมทั้งของที่โปร่งใส ซึ่งอาจจะเคยทำให้รูปร่างหรือพื้นผิวผิดปกติ ทั้งหมดนี้สามารถทำได้โดยไร้อุปสรรค

การเพิ่มการมีส่วนร่วมหรือ engagement กับลูกค้า ไม่ใช่ผลที่ได้อย่างเดียวจากการสร้างภาพ 3D เท่านั้น แต่ได้เปลี่ยน conversion rate ซึ่งเป็นการตัดสินใจบางอย่างของลูกค้า เช่น ภาพสินค้า 3D ของ TSUM ซึ่งเป็นหนึ่งในดีพาร์ตเมนต์สโตร์ระดับหรูในยุโรปตะวันออก สามารถเพิ่มอัตรา conversion rate ได้เกือบ 40% สำหรับสินค้าในหมวดรองเท้าและกระเป๋า

TSUM เป็นบริษัทแรกที่ได้ใช้ดิจิทัลในการแปลงภาพสินค้าให้เป็น 3D กว่า 40,000 รายการ กรณีศึกษานี้พิสูจน์ให้เห็นว่า เป็นไปได้ที่จะใช้วิธีทางดิจิทัลกับสต็อกสินค้าจำนวนมากในกรอบเวลาที่สมเหตุสมผลด้วยเครื่องมือที่เหมาะ

สรุปกันอีกครั้งสำหรับเทรนด์นี้ คือ การผสมผสานด้วยภาพ 3D การซูมแบบไม่มีรอยต่อ ไร้รอยสะดุด และการเข้าถึงสินค้าแบบไร้ข้อจำกัด การชอปออนไลน์จะกลายเป็นประสบการณ์ที่ล้ำและเกินคาดสำหรับลูกค้าในปี 2562

2. รู้ใจคนด้วย AI

ทุกวันนี้ ไม่ต้องสงสัยเลยว่า อนาคตของอีคอมเมิร์ซขึ้นอยู่กับ AI (artificial intelligence หรือปัญญาประดิษฐ์) จาก 3D avatar ประจำตัวและที่ปรึกษาด้านแฟชันแบบเวอร์ชวล ที่โต้ตอบกับเราได้ ไปถึงการรวบรวมข้อมูลของ AI อย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนเพื่อเพิ่มยอดขาย AI ก็คือแนวหน้าในการปฏิวัติอีคอมเมิร์ซ

ด้วยความช่วยเหลือของ AI ทำให้เกิดประสบการณ์แบบชิดใกล้กว่าที่เคย Echo Look ซึ่งเป็นโครงการนำร่องของ Amazon ในเรื่อง "ผู้ช่วยด้านแฟชั่น" เพิ่งลงสู่สหรัฐฯ ในวงจำกัดอยู่ เป็นโปรแกรมที่วิเคราะห์เครื่องแต่งกายของผู้ใช้ผ่านการผสานอัลกอริทึมและข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับสไตล์ของคน และนำไปสู่การตัดสินในเรื่องแฟชั่น

Net-a-Porter ซึ่งเป็นห้างออนไลน์ของแฟชันดีไซเนอร์ ได้ทดลองนำเทคโนโลยีการสแกนข้อมูลของผู้ใช้จากแผนในการท่องเที่ยวและการเข้าร่วมอีเวนต์ต่าง ๆ และนำเสนอทางเลือกที่เป็นสไตล์เฉพาะตัวที่เหมาะกับลูกค้า

ผู้ช่วยด้านแฟชั่นแบบเวอร์ชวล ยังคงมีหนทางอีกยาวไกล แต่สิ่งที่เราคิดว่ามีแค่ในเรื่องแต่ง แค่ไม่กี่ปีกำลังกลายเป็นจริงยิ่งกว่านิยาย

เนื่องจากการตัดสินใจในเรื่องธุรกิจต้องพึ่งพาข้อมูลมากขึ้นเรื่อย ๆ ความต้องการที่จะใช้เครื่องมือในการวัดก็สูงขึ้นด้วย อัตรา conversion rate ทราฟิกของเว็บไซต์ และระดับการมีส่วนร่วมหรือ engagement ของลูกค้าจึงสำคัญ เพื่อนำทางให้นักการตลาดในทุกอุตสาหกรรม ซึ่งบางคนอาจจะไม่เคยตระหนักถึงความจำเป็นที่ต้องข้อมูลที่ไม่มีอยู่ก่อนหน้านี้ แต่ตอนนี้สามารถหาได้แล้ว

เครื่องมือ AI ในการวิเคราะห์ของปี 2562 จะสามารถติดตามวิถีของผู้ที่มีโอกาสจะเป็นลูกค้าว่าเขามีการโต้ตอบกับภาพของสินค้าที่ฝังอยู่ในเว็บไซต์ร้านอย่างไร ไม่ว่าจะเป็น ภาพ 2D หรือ 3D ก่อนประมวลผลมานำเสนอเป็น Heat Map หรือแผนที่ที่ได้จากการวิเคราะห์ข้อมูล เพื่อนำมาใช้ตัดสินใจ เครื่องมือ AI จะทำให้สามารถเน้นจุดที่ลูกค้าสนใจและนำเสนอมุมที่ดีที่สุดสำหรับการวางตำแหน่งสินค้า

ด้วยข้อมูลเชิงลึกที่ได้จาก AI ผู้ค้าอีคอมเมิร์ซจะสามารถพัฒนามุมมองด้านภาพของสินค้า เลือกชุดสีที่ชนะใจ และนำของที่ขายดีที่สุดมาวางไว้แถวหน้าให้คนเลือกซื้อ

จากความช่วยเหลือของ AI ที่ทำให้ผู้ค้าสามารถติดตามสิ่งที่เขานำเสนอกับลูกค้าและดูสิ่งที่ลูกค้าสนใจได้ ในไม่ช้า ความคาดหวังของคนซื้อที่เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ จะทำให้คำว่า "เร็ว ๆ นี้" กลายเป็น "เดี๋ยวนี้" อย่างแน่นอน 

3. ฟื้นร่างใหม่ ให้ร้านค้า

เมื่อพูดถึงอนาคตของอีคอมเมิร์ซ พ่อค้าแม่ขายก็ดูเหมือนจะเดินไปข้างหน้าโดยไม่เหลียวหลังมองร้านค้าปลีกแบบดั้งเดิมที่ตั้งอยู่ทั่วทุกแห่งหน 

อย่างไรก็ดี มีอะไรบางอย่างที่การซื้อตามร้านจริง ๆ ให้ประสบการณ์ที่หาไม่ได้จากการชอปออนไลน์ แม้แต่ Amazon กับ Alibaba ก็ยังทดสอบพลังแห่งการชอปของร้านค้าที่มีอยู่บนโลกจริง ไม่ใช่โลกเสมือน

เร็ว ๆ นี้ Amazon ได้เปิดร้านจริง ๆ ตั้งอยู่ที่นิวยอร์ก คนที่เข้าไปชอปรีวิวให้ร้านนี้ในระดับ 4 ดาวทีเดียว ด้วยการคัดสรรสินค้าไอเท็มเด็ด ๆ ที่เป็นเบสต์เซลเลอร์ส่งตรงมาให้ลูกค้าชอปกันในร้าน

"4 ดาวของ Amazon" ได้พลิกวิถีการชอปแบบดั้งเดิมด้วยการใช้เวอร์ชวลมาทาบทับการขายบนร้านที่จับต้องได้ ก็อปปี้เอาโครงสร้างของเว็บไซต์ Amazon ซึ่งจัดกรุ๊ปสินค้าที่รู้จักกันดีในหมู่นักชอปออนไลน์อย่าง "Trending Around NYC" (เทรนด์ฮิตทั่วนิวยอร์ก) "Frequently Bought Together" (ต้องซื้อไปด้วยกัน) และ "Amazon Exclusives" (มีเฉพาะ Amazon เท่านั้น)

เครือ Alibaba ก็เชื่อในการฟื้นฟูปฏิวัติร้านค้าแบบดั้งเดิมเช่นกัน โดยเพิ่งจะเปิดตัวร้านต้นแบบ FasionAI นำเสนอวิธีการในการเลือกซื้อเสื้อผ้าด้วยความช่วยเหลือของ AI ร้านนำร่องนี้ให้บริการเฉพาะวันพฤหัสบดีถึงวันเสาร์ที่ Hong Kong Polytechnic University ซึ่งมีนวัตกรรมอย่าง "กระจกอัจฉริยะ" ที่แสดงข้อมูลของสินค้าที่ลูกค้าสนใจ เมื่อลูกค้านำสินค้านั้นมาลองหน้ากระจก พร้อมให้คำแนะนำถึงไอเท็มอื่น ๆ ที่แมตช์กับสิ่งที่ลูกค้าจะเลือกซื้อ

อีกวิธีในการนำประสบการณ์ชอปแบบดิจิทัลมาไว้ในร้านค้าจริงคือ "ป้ายดิจิทัล" หรือ Digtal Signage

ขณะที่ซุ้มหรือคีออสก์ดิจิทัลอาจจะไม่เป็นที่รู้จักของร้านค้าต่าง ๆ แต่ในปี 2562 "ป้ายดิจิทัล" จะทำให้เกิดการเติมเต็ม ด้วยลูกเล่นที่ก่อให้เกิดการโต้ตอบกัน เพิ่มการมีส่วนร่วม และทำให้เกิดประสบการณ์ omnichannel ระหว่างร้านค้าออฟไลน์กับร้านค้าออนไลน์แบบไร้รอยต่อ

คีออสก์แบบอินเทอร์แอ็กทีฟนี้จะรวมเอาสินค้าที่หลากหลาย และขึ้นอยู่กับผู้ผลิตซอฟต์แวร์ของป้ายดิจิทัลว่า จะเล่าเรื่องอย่างไร บ้างอาจจะนำเสนอในรูปแบบหนังสั้นของแบรนด์สินค้า บ้างอาจจโฟกัสไปที่การนำเสนอภาพ 3D หรือจะใช้ทั้งคู่ ก็ขึ้นอยู่กับว่า ลูกค้าจะชอบแบบไหนมากกว่ากัน

นอกจากการนำเสนอภาพสินค้าที่ดีขึ้นแล้ว ในปีหน้า ป้ายดิจิทัล จะช่วยให้ลูกค้าเบราว์สเลือกสินค้าที่ไม่มีอยู่ในร้านจริง สั่งซื้อผ่านโค้ด และสั่งให้ไปส่งถึงบ้านได้

บทสรุป

การพัฒนาในเรื่องภาพของสินค้า การใช้ AI ในการวิเคราะห์เชิงลึกและสร้างการมีส่วนร่วม และการฟื้นฟูปฏิวัติร้านค้าแบบดั้งเดิม คือเทรนด์ที่กำลังมาในปี 2562

เทรนด์เหล่านี้เมื่อนำมาผสมผสานใช้ด้วยกัน จะสร้างฐานที่แข็งแกร่งสำหรับธุรกิจ ช่วยกระตุ้นยอดขาย และปูทางสู่การสร้างนวัตกรรมของแบรนด์ ตลอดจนการสร้างประสบการณ์ที่น่าพอใจให้แก่ลูกค้าในอนาคต

ที่มา: ecommercetimes.com